แฟนผี ลุมโหวตแข้งที่ไม่ควรอยู่ต่อ ฟิลโจนส์&มาติชโดนยี้หนักมาก!

แฟนผี

    ด้วยฟอร์มในสนามของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน จนแฟนบอลเองแทบจะมองไม่เห็นเลยว่านักเตะคนไหนที่จะฝากผีฝากไข้ได้ และสื่อในประเทศอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์อิฟวินิ่งนิวส์ก็ได้เก็บรวบรวบคะแนนโหวตจากแฟนบอลของปีศาจแดงเพื่อวัดผลว่านักเตะคนไหนบ้างที่สอบไม่ผ่านเลยในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่

    และเมื่อดูคะแนนโหวตแล้วก็เป็นที่น่าใจหายเมื่อปรากฎว่าแข้งมาประสบการณ์ทั้งหลายของแมนยูฯนั้นไม่เป็นที่ประทับใจของเหล่าแฟนบอล เพราะปรากฎว่าฟิล โจนส์กองหลังจอมเฟอะฟะ และเนมานย่า มาติชนำลิ่วเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลต้องการให้อยู่กับทีมต่อไปน้อยที่สุดด้วยอัตราเท่ากันที่ 11.8% ตามมาด้วยแอชลี่ย์ ยังที่ 18.5 % และเฟร็ด 19.3% ในขณะที่ผู้เล่นคนโปรอดที่แฟนบอลหวงแหนอยากให้อยู่กับทีมไปแบบยาวๆล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นดาวรุ่งอายุน้อยแทบทั้งสิ้นเมื่อดาเนียล เจมส์นำโด่งที่ 97.9% ตามมาด้วยอารอน วาน-บิสซาก้าที 97.8% และเมสัน กรีนวู๊ดที่ 97.7% ซึ่งเมื่อผลประชาวิจารณ์ออกมาในลักษณะก็ย่อมเป็นการยืนยันว่าแข้งสตาร์ของแมนยูฯนั้นไม่สามารถทำผลงานได้เข้าตาแฟนบอลได้เลย โดยปอล ป๊อกบาสตาร์ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศสมีคะแนนโหวตไม่ติดใน10อันดับแรกของผู้เล่นที่แฟนบอลอยากโหวตให้อยู่ต่อ และได้รับคะแนนโหวตที่ 64%

โซลชาพลอยมีหวังอยู่คุมทีมต่อหลังกระแส แฟนผี หนุนแข้งดาวรุ่ง

     หลังจากเห็นโพลล์ดังกล่าวแล้วก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อการทำงานของโอเล่ กุนน่า โซลชา เนื่องจากกุนซือชาวนอร์เวย์เน้นแนวทางในการสนับสนุนผู้เล่นเยาวชนมาโดยตลอด ทั้งที่พวกเค้าปล่อยตัวผู้เล่นมากดีกรีอย่างโรเมลู ลูกากู,อเล็กซิส ซานเชส,มัตเตโอ ดาเมี่ยน,อันโตนิโอ วาเลนเซีย,อันเดร เอร์เรร่า และคริส สมอลลิ่งแต่โซลชาก็ไม่ได้ซื้อหาผู้เล่นที่มีประสบการณ์เข้ามามากนักแต่หันมาดันดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งแม้ว่าผลการแข่งขันของปีศาจแดงจะยังไม่เข้าที่เข้าทางแต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่โดนใจแฟนบอล เพราะนับตั้งแต่การวางมือไปของเซอร์อเล็ก เฟอกูสัน กุนซือลำดับถัดมาต่างก็ไม่ค่อยให้โอกาสผู้เล่นเยาวชนขึ้นมารับใช้ทีมชุดใหญ่มากนัก ซึ่งแตกต่างกับโซลชาที่หันกลับมาให้โอกาสแข้งเยาวชนอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เซอร์ อเล็ก เฟอกูสันให้ความสำคัญมาโดยตลอด

เวนเกอร์ ชี้เปเป้ไม่ควรถูกผลักดันลงสนามทั้งที่ยังไม่พร้อม

เวนเกอร์

     นิโกล่า เปเป้ปีกตัวความหวังของอาร์เซนอลเพิ่งจะทำแอสซิสต์ที่สามนับตั้งแต่ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาล(67.5ล้านปอนด์)จนหลายคนมองว่าดาวเตะวัย24ปีเลยกำลังปรับตัวเข้ากับลีกผู้ดีได้ดีขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นอาร์แซน เวนเกอร์อดีตกุนซือระดับตำนานของไอ้ปืนใหญ่ก็ยังออกมาแสดงความเห็นว่าเปเป้นั้นยังทำผลงานได้ไม่เข้าตาเท่าใดนัก และยังต้องผ่านบททดสอบอีกมากกว่าจะได้รับการยอมรับจากแฟนบอลกันเนอร์

     “ เปเป้ได้รับความไว้วางใจให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาพักใหญ่ แต่เค้าดูยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก เค้าโดดเด่นในการพาบอลไปข้างหน้า คุณจะหยุดเค้าได้ยากมากๆ แต่นั่นอาจยังไม่พอสำหรับเกมการเล่นของพรีเมียร์ลีก เค้าต้องแสดงออกถึงความเป็นนักสู้ให้มากกว่านี้ ผมว่าเค้ายังขาดเรื่องการเคลื่อนที่ในยามที่ไม่มีบอล ผมคิดว่าผู้จัดการทีมผลักดันเค้าเร็วเกินไป เปเป้ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ” เวนเกอร์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานเปเป้

อาร์เซนอลตาแหลมที่ดึงเปเป้มาร่วมทัพ เวนเกอร์ สนับสนุน

    แม้ว่ากูรูลูกหนังแดนผู้ดีหลายรายจะเชื่อว่าอาร์เซนอลโดนลีลล์ย้อมแมว หลังจากที่เห็นผลงานนิโกล่า เปเป้กับอาร์เซนอล ทว่าเวนเกอร์กลับเห็นต่าง “ เปเป้ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาล บางคนบอกว่าเค้ายังไม่ใช่ของจริงซึ่งผมว่ามันออกจะด่วนสรุปไปหน่อย เค้าเป็นผู้เล่นพรสวรรค์สูงผลงานกับลีลล์มันผ่านการยอมรับมาแล้ว เค้าเพียงต้องการเวลาสำหรับปรับตัวอีกหน่อย คุณต้องไม่ลืมว่าพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่ง แล้วเค้าก็เพิ่งย้ายมาได้ไม่กี่เดือนเอง อีกไม่นานเค้าจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของอาร์เซนอลอย่างไม่ต้องสงสัย ”

   เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสยังได้เสริมอีกว่าลีลล์กับอาร์เซนอลใช้แท็กติกที่แตกต่างกันซึ่งมีผลต่อฟอร์มการเล่นของเปเป้โดยตรง “ ที่ฝรั่งเศสเปเป้ได้รับอิสระในการเล่นอย่างมาก ซึ่งมันแตกต่างกับบทบาทในทีมอาร์เซนอลอย่างสิ้นเชิง มันเป็นสิ่งใหม่สำหรับเค้า ผมเห็นด้วยกับอูไนที่ว่าเปเป้จำต้องนำสิ่งดีๆมาสู่ทีมให้ได้ในเร็ววัน เพราะเวลานี้ในทีมมีดาวรุ่งที่เล่นริมเส้นดีๆหลายคน เปเป้ต้องเล่นในมาตรฐานระดับสูงหากเค้าอยากรักษาตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ ” โดยในเวลานี้เปเป้ได้รับโอกาสลงสนามกับทีมปืนใหญ่ไปแล้ว 10เกม(นับรวมทุกรายการ)ยิงได้1ประตูและทำทางอีก3แอสซิสต์ พร้อมกับเป็นแข้งหลักที่นำพาทีมขึ้นรั้งอันดับ3ในตารางพรีเมียร์ลีกอยู่ในขณะนี้

นาเกลส์มันน์ เผยนำไลป์ซิกบินสูงเพราะเลียนแบบเป๊ปกวาร์ดิโอล่า

นาเกลส์มันน์

   ศึกบุนเดสลีก้าซีซั่นนี้ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีโอกาสลุ้นแชมป์กันหลายทีมเหลือเกิน โดยหนึ่งในนั้นคือแอร์เบ ไลป์ซิกที่มีกุนซือวัยหนุ่มอย่างจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์เป็นผู้จัดการทีม ที่ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเข้ามาคุมทีมเพียงปีแรกอดีต เทรนเนอร์ฮอฟเฟ่นไฮม์ก็มือขึ้นเหลือเกินเมื่อไลป์ซิกมีฟอร์มการเล่นก็ถือว่าจัดจ้านเหลือเกิน จนให้หลังโปรแกรมบุนเดสลีก้าผ่านไปหกเกมทีมของเค้ารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงและทีมคะแนนตามหลังแชมป์เก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเพียงแต้มเดียว

   “ ในสมัยเริ่มงานทำทีมผมศึกษารูปแบบการเล่นของเป๊ป กวาร์โอล่า เค้าเป็นยิ่งกว่าครู เค้าเป็นไอดอลของผมเลยละ ในการเล่นฟุตบอลหลายทีมไม่สามารถเล่นให้ได้เปรียบขณะที่มีบอล นั่นละคือจุดแข็งของแนวทางของเป๊ป มันสมบูรณ์แบบทั้งการเคลื่อนเวลาที่ทีมไม่มีบอล แต่ยิ่งอันตรายเมื่อทีมของเป็นฝ่ายครองบอล เค้าจะฉีกเกมรับของคุณเป็นชิ้นๆ ซึ่งผมยังห่างชั้นที่จะเทียบชั้นกับเค้า(เป๊ป) ” เทรนเนอร์วัย32ปีกล่าวยกย่องเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอย่างออกนอกหน้า

ไลป์ซิกต้องปรับอีกมาก นาเกลส์มันน์ ไม่ฝันสูงขอเล่นดีนัดต่อนัด

   แม้กูรูลูกหนังเยอรมันจะยอย่องว่าไลป์ซิกเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว ทว่านาเกลส์มันน์กลับปฏิเสธแล้วบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะเรียกทีมของเค้าว่าเต็งแชมป์ “ ไลป์ซิกเป็นทีมที่ดีแต่เรายังไม่ใช่ทีมระดับเดียวกับบาเยิร์นหรือดอร์ทมุนด์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่โครงสร้างและฐานะการเงิน เรายังมีหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข แน่นอนถ้าเราสามารถรักษาผลงานได้ต่อเนื่องอีกซัก7-8ปีไลป์ซิกถึงจะไปสู่จุดนั้น จุดที่กล้าท้าใครต่อใครว่าเราพร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า ”

   “ เราต้องรู้ว่าเราเป็นใครและอยู่จุดไหน เราจะไม่หลอกตัวเอง แต่สิ่งที่ผมบอกกับลูกทีมเสมอคือตราบเท่าที่ยังมีเวลาในสนามทุกๆอย่างย่อมเป็นไปได้ และถ้าเรามีเกมที่ดีไปเรื่อยๆคะแนนในตารางจะเป็นตัวยืนยันกับใครๆเองว่าคุณเป็นทีมระดับไหน ผมเองก็รู้สึกท้าทายเหมือนกันว่าไลป์ซิกจะจบตำแหน่งไหนในตารางบุนเดสลีก้า มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเหลือเกินสำหรับพวกเราทุกคน(ตัวเองและผู้เกี่ยวข้องในทีมไลป์ซิก) ” เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะออกไปรับงานคุมทีมอื่นๆในยุโรปจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ก็ได้บอกปัดในทันที “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ แต่ที่ผมบอกได้ตอนนี้คือผมยังแฮปปี้กับการทำงานในเยอรมัน บุนเดสลีก้ายังมีความท้าทายอีกหลายอย่างที่ผมอยากเอาชนะ ”

บาเยิร์น โชเก๋าไม่ปล่อยตัวทีมชาติให้อินทรีหลังดราม่านายประตู

บาเยิร์น

    ก่อนหน้านี้ไม่นานแทร์ อันเดร ชเตเก้นออกมาประกาศสงครามกับมานูเอล นอยเออร์ถึงความเหมาะสมที่จะได้เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติเยอรมัน จนทำให้กลายเป็นประเด็นดราม่ากันไปมาอย่างเผ็ดร้อน ล่าสุดต้นสังกัดของบาเยิร์น มิวนิคที่มีแข้งทีมชาติเยอรมันหลายคน อาทิ โยชัว คิมมิช,นิคลาส ชูเล่ย์,ลีออน กอเร็ตซ์ก้า,แซร์จ นาบรี้ และมานูเอลนอยเออร์ได้ออกโรงมาปกป้องกัปตันทีมของพวกเค้า(นอยเออร์)ด้วยการยืนยันว่าหากหลังจากนี้ทีมชาติเยอรมันยอมให้แทร์ อันเดร ชเตเก้นขึ้นมาเป็นมือหนึ่งแทน พวกเค้าจะไม่ปล่อยผู้เล่นให้กับทีมชาติเยอรมันแม้แต่คนเดียว    

    ประธานสโมสรบาเยิร์น มิวนิคอูลี่ เฮเนสได้ออกมาประกาศสนับสนุน มานูเอล นอยเออร์อย่างเต็มตัว “ เราเป็นหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่านอยเออร์ยังคงเป็นผู้รักษาประตูเบอร์หนึ่งของเยอรมันอย่างไม่ต้องสงสัย เค้ามีประสบการณ์มากมาย ซึ่งเราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้ในสนามซ้อมทุกวัน แต่หากวันนี้ทีมชาติเยอรมันยอมยกตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งให้กับแทร์ อันเดร ชเตเก้นจริง บาเยิร์น มิวนิคก็ขอไม่ส่งนักเตะรายอื่นๆเข้าร่วมทีมชาติเช่นกัน เราไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ ถ้าทีมชาติปฏิบัติกับนักเตะของเราอย่างไม่เป็นมืออาชีพ เราก็ไม่มีความจำเป็นส่งตัวนักเตะของเราให้ทีมชาติเช่นกัน ”

นอยเออร์โกล บาเยิร์น น่าครองมือหนึ่งอินทรีเหล็กต่อแต่อาจเลิกหลังยูโร2020

    แทร์ อันเดร ชเตเก้นแม้จะไม่พอใจกับโอกาสรับใช้ชาติแต่ทว่าก็คงทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อโยอาคิม เลิฟก็ดูจะวางใจในตัวมานูเอล นอยเออร์ต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ก่อนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกก่อนเวิลด์คัพ2018 นอยเออร์ก็มีอาการบาดเจ็บและไม่ค่อยได้ลงเล่น ทว่าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมฟุตบอลโลกจริง มานูเอล นอยเออร์ก็ยังคงกลับมายึดมือหนึ่งได้เหมือนเดิม โดยเป็นที่คาดการณ์กันว่ามานูเอล นอยเออร์จะรับใช้ทีมชาติเยอรมันไปกระทั่งจบยูโร2020 และประกาศเลิกเล่นทีมชาติเยอรมันหลังทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

   สำหรับดราม่าในตำแหน่งผู้รักษาประตูของทีมชาติเยอรมันนั้นต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้ ในสมัยที่โอลิเวอร์ คานยังเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งนั้นเยนส์ เลห์มันน์นายทวารมือสองก็เคยออกมากล่าวโจมตีเพื่อนร่วมทีมเพื่อหวังโอกาสลงเล่นเช่นกัน ทว่าในเวลานั้นกุนซือทีมชาติอย่างเจอร์เกน คลินส์มันน์ก็ไม่เล่นด้วย แล้วก็ต้องรอให้คานประกาศรีไทน์ทีมชาติไปเองเลห์มันน์ถึงจะได้รับโอกาส ทำให้ในเคสของแทร์ อันเดร ชเตเก้นก็คงไม่ต่างกันคือต้องรอให้ มานูเอล นอยเออร์เลิกรับใช้ชาติไปก่อนเท่านั้นจึงจะสมหวัง

ไลป์ซิก น้องใหม่ที่พร้อมแล้วที่จะสร้างเซอร์ไพรซ์ในบุนเดสลีก้า

ไลป์ซิก

    หลายคนคงรู้จักแอล์เบ ไลป์ซิกกันอยู่บ้าง หลังจากพวกเค้าเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของเยอรมันในปี2016นับแต่นั้นพวกเค้าก็กลายเป็นทีมกลุ่มหัวตารางของบุนเดสลีก้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะในซีซั่น2016/17 ซึ่งไลป์ซิกยังถือว่าเป็นทีมน้องใหม่ด้วยซ้ำแต่ทว่าพวกเค้ากลับทำแต้มเบียดแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิคได้อย่างสูสี และถึงแม้จะจบซีซั่นดังกล่าวด้วยการเป็นรองแชมป์แต่ก็ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดของแอล์เบ ไลป์ซิกอย่างเต็มตัว

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มในระยะหลังของแอล์เบ ไลป์ซิกที่เรียกได้ว่าประมาทไม่ได้ ในยูซีแอลพวกเค้าก็บุกไปเอาชนะเบนฟิก้าได้ถึงโปรตุเกส2-1 หรือการยันเสมอบาเยิร์น มิวนิค1-1 ชนิดที่รูปเกมไม่ได้เป็นรองเสือใต้ ทำให้แฟนบอลเมืองเบียร์จำนวนไม่น้อยเริ่มแอบหวั่นใจว่าปีนี้แอล์เบ ไลป์ซิกอาจจะสามารถจารึกชื่อเป็นแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยแรกของประวัติศาสตร์สโมสรก็เป็นได้

นาเกลส์มันน์ชูเกมความหนึบกูลัชชี่อาจพา ไลป์ซิก ประสบความสำเร็จ

   ในแม๊ตซ์ที่ไลป์ซิกเสมอกับเสือใต้ไป1-1นั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเค้าได้หนึ่งคะแนนล้ำค่านั้นเป็นอานิสสงส์จากลีลาการเซฟอันยอดเยี่ยมของปีเตอร์ กูลัชชี่นายทวารของพวกเค้า โดยเกมนี้บาเยิร์น มิวนิคมีสร้างโอกาสทำประตูแบบเตรียมเฮได้หลายชอตแต่ก็เป็นกูลัชชี่นี่ละที่ปฏิเสธไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่นิคลาส ชูเล่ย์เติมมาขวิดจ่อๆแต่ผู้รักษาประตูชาวฮังกาเลี่ยนก็ปัดป้องไว้อย่างเหลือเชื่อ

    ณ เวลานี้แอล์เบ ไลป์ซิกนำเป็นจ่าฝูงของตารางบุนเดสลีก้าด้วยผลงานชนะสาม,เสมอหนึ่ง,ยังไม่แพ้ใคร และที่สำคัญคือพวกเค้ายังเป็นทีมทีเสียประตูน้อยที่สุดด้วยการโดนยิงไปเพียง3ประตูเท่านั้น ซึ่งจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ก็ได้ยกเครดิตให้กับความยอดเยี่ยมของกูลัชชี่ “ ถ้าจะมองผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในบุนเดสลีก้าละก็ผมบอกได้เลยว่ากูลัชชี่คือคนๆนั้น เรา(ไลป์ซิก)โชคดีจริงๆที่มีเค้าอยู่ในทีม ผมยังเชื่อว่าเกมรับที่ดีจะเป็นรากฐานสำคัญที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ ”

    อย่างไรก็ตามไลป์ซิกไม่ได้โดดเด่นแค่ในเกมรับเท่านั้น แต่พวกเค้ายังมีผู้เล่นที่โดดเด่นอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็น ติโม่ แวร์เนอร์,มาร์เซล ซาบิตเซอร์,ยุสซุฟ โพลเซ่น,เอมิล ฟอร์สเบิร์ก และดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งขุมกำลังเหล่านี้พร้อมแล้วที่จะพิสูจน์ตัวเองกับการแข่งขันบุนเดสลีก้าในซีซั่นนี้

ปืนใหญ่ กลับสู่วังวันเดิมเกมรับที่ย่ำแย่ที่อูไนต้องรับผิดชอบ

ปืนใหญ่

   นับตั้งแต่อาร์เซนอลพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลไป1-3 ด้วยความผิดพลาดส่วนตัวของแนวรับอย่างดาวิด ลุยซ์ ทัพปืนใหญ่ก็รวนต่อเนื่องแต่ที่น่าเกลียดเกินกว่าที่แฟนเดอะกันเนอร์จะรับไหวคือแม็ตซ์ล่าสุดที่ปล่อยให้วัตฟอร์ตที่ตามหลังถึงสองประตูตามตีเสมอได้ แถมอาร์เซนอลต้องตั้งรับกันอย่างทุลักทุเลในช่วงท้ายเกม ยิ่งเมื่อเห็นสถิติในเกมดังกล่าวยิ่งที่วัตฟอร์ตสร้างโอกาสยิงประตูได้ถึง24ครั้งตลอดทั้งเกม ในขณะที่ลูกทีมของอูไน เอเมรี่สร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้เพียง7ครั้งเท่านั้นก็ยิ่งทำให้แฟนบอลปืนใหญ่ยิ่งรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

   กุนซืออูไน เอเมรี่ถูกวางให้มันมาคุมทีมต่อจากอาร์แซน เวนเกอร์ที่วางมือไปเมื่อสองปีก่อน แต่เทรนเนอร์ชาวสเปนก็ดูเหมือนจะไม่สามารถพาทีมไปได้ไกลกว่าเดิม เมื่ออาร์เซนอลพ่ายแพ้เชลซีในนัดชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกด้วยสกอร์1-4 และหลุดท็อปโฟว์ด้วยการเสียประตูไป51ประตู ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นพวกเค้ามีแต้มเหนือทั้งเชลซีและสเปอร์(จบอันดับ3และ4)แต่ก็ทำแต้มหกช่วงท้ายฤดูกาล ยิ่งแล้วเมื่อเห็นผลงาน5เกมในซีซั่นใหม่แฟนบอลปืนใหญ่จำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าอูไน เอเมรี่ดีพอที่จะพาปืนใหญ่ให้กลับมาลุ้นท็อปโฟว์หรือไม่?

เอเมรี่โค้ช ปืนใหญ่ ดื้อด้านปัญหาหลักจริงๆอยู่ที่แดนกลางทำเกมรับป่วน

   กรานิต ชาก้าเป็นนักเตะที่แฟนบอลปืนใหญ่วิจารณ์มากที่สุดหลังจากเกมที่เสมอกับสเปอร์สไป2-2โดยในเกมนั้นมิดฟิลด์จอมเฟอะฟะก็พลาดท่าทำฟาวส์ซนฮึงมินจนเสียจุดโทษอีกด้วย ซึ่งเอเมรี่ก็ยังหนุนหลังชาก้าต่อไป กระทั่งเกมล่าสุดที่อาร์เซนอลโดนวัตฟอร์ดพับสนามบุกตลอดครึ่งหลัง ก็เป็นผลมาจากแดนกลางของอาร์เซนอลที่เก็บบอลไม่ได้ และทำให้เกมรับต้องทำงานหนักกันอย่างไม่จำเป็น โดยมีเพียงลูคัส ตอเรร่าตัวสำรองที่ลงมาแล้วดูจะเข้าท่า จนหลายคนต่างสงสัยว่าเหตุใดตอเรร่าที่เล่นนิ่งกว่าจึงต้องตกเป็นตัวสำรองของดานี่ เซบายอส และมัตเตโอ เกนดูซี่ตลอดมาได้อย่างไร

   โดยปัญหาแผงมิดฟิลด์นี้อูไน เอเมรี่เป็นคนเริ่มเองเมื่อเจ้าตัวลดบทบาทของอารอน แรมซี่ย์ และเมซุต โอซิลลงไป แต่ทว่าหลังใช้เวลาเข้าสู่ซีซั่นที่สองกุนซือชาวสเปนก็ยังขัดเกมแดนกลางให้เหนียวแน่นได้ ซึ่งหากผลงานยังกระท่อนกระแท่นแบบนี้ต่อไปบางทีชะตาของอูไน เอเมรี่อาจไม่ยืดยาวนักก็ได้เพราะปีนี้อาร์เซนอลจัดว่าเสริมทัพได้อย่างน่าประทับใจ แต่ผลงานที่ออกมากลับไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย

รีลมาดริด ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจแต่ทำไมอะไรๆก็พาลลงที่แกเร็ธเบล

รีลมาดริด

   ต้องยอมรับรีลมาดริดนั้นคายพิษสงลงไปมากนับแต่เสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ให้กับยูเวนตุสไป นั่นทำให้พวกเค้าไม่สามารถทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวแพ้ เดี๋ยวชนะ เดี๋ยวเสมอ จนถึงขนาดต้องไปดึงตัวซีนาดีน ซีดานกลับมาช่วยคุมที่เป็นครั้งที่สอง แต่ถ้าดูจากผลงานในซีซั่นนี้(2019/20)ก็ต้องบอกว่ายังหวังผลอะไรไม่ได้ เนื่องจากราชันย์ชุดขาวเพิ่งจะเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียวจากการลงสนามไปแล้ว3นัดด้วยกัน แต่ที่แย่ไปกว่าคือกระแสความกดดันกลับพุ่งถาโถมใส่แกเร็ธ เบลแต่เพียงผู้เดียว

   รอยร้าวระหว่างซีนาดีน ซีดาน และแกเร็ธ เบลนั้นมีให้สังเกตเห็นมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาปะทุเอาจริงจังในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสประกาศอย่างชัดเจนว่าต้องการให้เบลย้ายออกไป ทว่าด้วยค่าเหนื่อยที่เจ้าตัวได้รับในระดับ625,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ก็ทำให้หาทีมที่จะมารับเซ้งต่อได้ยากเสียเหลือเกิน ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่ก็จำต้องทนร่วมงานกันต่อไปอย่างเสียมิได้ ทว่าเมื่อฟอร์มของทีมในซีซั่นนี้ไม่เป็นดังหวังก็มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่กล่าวตำหนิผลงานของแกเร็ธ เบลอีกครั้งแม้ว่าเค้าจะทำไปถึง2ประตูจากการลงสนาม3นัดก็ตาม

แกเร็ธเบลปีก รีลมาดริด ชินซะแล้วใครๆก็ไม่รักผมรับเล่นบอลไม่สนุกอีกแล้ว

   ปีกชาวเวลส์ที่ยังได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารของรีลมาดริด(ว่ากันว่าที่ดีลย้ายไปเล่นลีกจีนไม่สำเร็จก็เพราะบอร์ดชุดขาวไม่ตกลงด้วย)ได้ระบายความในใจ “ ยามที่ทีมแพ้แล้วสายตาทุกคู่มองมาที่คุณ มันเป็นไรที่น่าอึดอัด แต่มันตลกตรงที่ในทีมมีผู้เล่นมากมาย แต่ทุกครั้งที่เราเจอปัญหาคำถามมันมักจะมาลงที่ผมเสมอ ทั้งๆที่ผมก็ลงเล่นในสนามอย่างมุ่งมั่น และเต็มร้อยไม่ต่างกับคนอื่นๆ ”

   “ ซึ่งบอกตรงๆนะบางวันผมก็คิดเหมือนกัน ว่าทำไมผมไม่รู้สึกสนุกกับเกมการแข่งขันเลย แต่ผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพตราบเท่าที่มีชื่อลงเล่น ผมก็พร้อมเสมอ แต่ผมอาจปล่อยสถานการณ์ให้เป็นแบบต่อไป ผมคงต้องปรึกษากับสโมสร เราคงได้เห็นบทสรุปของเรื่องนี้ในเร็ววัน ” ดาวเตะวัย30กะรัตกล่าวทิ้งท้าย

   แท้จริงแล้วแกเร็ธ เบลถูกวางให้เป็นตัวตายตัวแทนของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในทีมรีล มาดริด ทว่าผลงานในปีก่อนของเบลนั้นตกลงไปอย่างมาก จนทำให้กุนซือซีดานไม่ประทับใจและตั้งใจที่ขายทิ้ง ทว่าบอร์ดบริหารของรีลมาดริดไม่เอาด้วย จึงทำให้สถานการณ์ของแกเร็ธ เบลจึงคาราคาซังจนถึงปัจจุบัน

ปีศาจเเดง วัฏจักรฟอร์มฝืดวิกฤตเดิมที่วนเวียนกลับมาใหม่ในยุคโซลชา

ปีศาจเเดง

   ครั้งหนึ่งปีศาจเเดงเคยเป็นทีมที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก ด้วยการครองแชมป์ถึง13สมัยและทุกครั้งที่ได้แชมป์ล้วนอยู่ภายใต้ผลงานของกุนซือเซอร์อเล็ก เฟอกูสันทั้งสิ้น ซึ่งก็เป็นน่าปวดใจเมื่อเฟอร์กี้ประกาศวางมือไปในปี2012ปีศาจแดงก็เปรียบเหมือนเรือบินที่ไร้น้ำมัน คือบินได้แต่ไม่ถึงเป้าหมายซักที ฟอร์มเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และไม่เคยใกล้เคียงที่จะเป็นทีมลุ้นแชมป์อีกเลย(พูดจริงๆลุ้นท๊อปโฟว์ยังเหนื่อยเลย)

   ในบรรดากุนซือยุคเปลี่ยนผ่านของแมนยูนั้นโอเล่ กุนน่า โซลชาจัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดูเข้าท่าที่สุด เนื่องจากเป็นลูกทีมของเฟอร์กี้สมัยยังเป็นผู้เล่น และมีการดึงแข้งอะคาเดมี่ขึ้นมาช่วยทีมเยอะกว่าหลายๆคน แต่ดูเหมือนว่าผลงานในซีซั่น2019/20หลังผ่านไปสี่นัดความกดดันที่ต่อกุนซือชาวนอร์เวย์กลับเริ่มก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเค้ามีเพียง5คะแนนซึ่งถือเป็นการออกสตาร์ทซีซั่นได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบ27ปี

เนวิลล์อดีตนักเตะ ปีศาจเเดง สวนกระแสให้เรดอาร์มี่อดทนอีกนิดโซลชาต้องใช้เวลา

   เวลาเดียวกันแกรี่ เนวิลล์ที่เป็นนักเตะแมนยูในยุคเดียวกับกับโซลชาก็ได้ออกมาช่วยปกป้องเพื่อนทันที “ ถ้าเรายอมรับว่าเจอร์เกน คล็อปป์และเป๊ป กวาร์ดิโอล่ายอดเยี่ยม สิ่งที่ตามมาคือพวกเค้าต่างใช้เวลาปรับจูนทีมอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นโซลชาก็ควรมีเวลาในการจัดการทีมของตัวเอง พวกเราควรเฝ้ามองเค้าอย่างอดทน ”

   อดีตแบ๊คขวายุครุ่งเรืองของแมนยูกล่าวว่าเค้าก็รู้สึกไม่พอใจกับผมงานไม่ต่างกับแฟนบอลแต่ต้องยอมรับว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่จะแก้กันได้เลยในเวลาอันจำกัด “ ผมอึดอัดกับผลการแข่งขันและรูปเกมไม่ต่างกันแฟนบอลทั่วไปหรอก แต่มันไม่มีทางที่เราจะเสกทุกอย่างให้ดีขึ้นในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ฟุตบอลมีองค์ประกอบของมัน ซึ่งถ้าคุณมองในรายละเอียดคุณจะเห็นว่ามันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นมากมายแต่ทว่าเรายังไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการเท่านั้นเอง ”

   “ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือเค้าอยากทำงานกับคนที่ภูมิใจในการเล่นให้แมนยูเท่านั้น สิ่งนี่เป็นเอกลักษณ์ของเรา แมนยูไม่ได้ต้องการเพียงแค่สตาร์ แต่เราต้องการผู้เล่นที่พร้อมทุ่มเทให้กับสโมสร ซึ่งมันเป็นแนวทางเดียวกับที่เซอร์อเล็ก เฟอกูสันทำมาโดยตลอด นักเตะที่ไม่ต้องมีพรสวรรค์เปี่ยมล้นแค่มีใจพร้อมเล่นให้ตราสโมสรเท่านั้นก็ถือว่าดีแล้ว ซึ่งมันต้องใช้เวลาในการจัดการเรื่องทำนองนี้ ” เนวิลล์วิงวอนขอเวลาให้โซลชาได้ทำงานของตัวเองต่อไป

ลุคชอว์ เจ็บอีกแล้วครับท่านพลาดลงสนามกับแมนยูร่วมเดือนเศษ

ลุคชอว์

   ในเกมล่าสุดที่แมนยูเปิดบ้านรับคริสตัล พาเลซนั้นลุค ชอว์นั้นมีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทว่าเล่นได้เพียงครึ่งชั่วโมงเพียงเท่านั้นเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหลังต้นขาจนถูกเปลี่ยนตัวออก และภายหลังการตรวจอย่างละเอียดทีมแพทย์ของปีศาจแดงก็ยืนยันว่าแบ็คซ้ายเลือดผู้ดีจะต้องพักฟื้นเป็นเวลา5สัปดาห์ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาของโอเล่ กุนน่า โซลชานายใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไปโดยปริยาย

   นับตั้งแต่ลุค ชอว์ย้ายมาจากเซาธ์แธมป์ตันในซีซั่น2014/15 เจ้าตัวก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาโดยตลอดและไม่เคยได้ลงเล่นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย จนทำให้ตลอดเวลากว่า6ซีซั่น ดาวเตะวัย24กะรัตเพิ่งจะได้ลงเล่นในสีเสื้อปีศาจแดงเพียง109นัดเท่านั้น ซึ่งการขาดหายไปของลุค ชอว์ในครั้งนี้ยังอาจส่งผลถึงการพับโปรเจคปล่อยตัวมาร์กอส โรโฮออกไปจากทีมอีกด้วย

แมนยูกลับลำดึงโรโฮไว้ใช้งานต่อหลัง ลุคชอว์ เจ็บ

    มาร์กอส โรโฮได้รับขนมจีบจากทั้งโมนาโก และเอซีมิลานจนคาดว่าจะมีทีมใดทีมหนึ่งที่สามารถดึงตัวแนวรับชาวอาร์เจนไตน์ไปใช้งานก่อนเส้นตายปิดตลาด ทว่าภายหลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับลุค ชอว์ก็ทำให้โซลชาเปลี่ยนใจเก็บโรโฮไว้กับทีมต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้เอริค ไบญี่ก็เจ็บยาวไปก่อนแล้วจึงอาจทำให้พวกเค้ามีผู้เล่นแนวรับที่ไม่เพียงพอต่อการลงเล่นในระยะยาว เนื่องจากในซีซั่นนี้แมนยูจะต้องลงทำศึกยูโรป้าลีกควบคู่ไปด้วยนั่นเอง

   ตำแหน่งแบ๊คซ้ายที่ขาดหายไปเนื่องจากลุค ชอว์ได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นอีกหนึ่งในตำแหน่งที่มาร์กอส โรโฮเคยรับผิดชอบมาแล้ว จึงทำให้โซลชากลับใจเก็บดาวเตะวัย29ปีไว้ช่วยทีมต่อไป โดยนายใหญ่ชาวนอร์เวย์ยอมรับว่าการส่งแอชลี่ย์ ยังลงไปดูแลพื้นที่เกมรับฝั่งซ้ายในเกมล่าสุดนั้นออกจะไม่เวิร์ก เนื่องจากผลงานเกมดังกล่าวก็ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้1-2ให้กับคริสตัล พาเลซนั่นเอง

   มาร์กอส โรโฮเป็นผู้เล่นอีกรายของปีศาจแดงที่ไม่สามารถปรับตัวกับลีกผู้ได้ เพราะตลอด6ซีซั่นเจ้าตัวเพิ่งได้ลงสนามกับแมนยูเพียง113นัดเท่านั้น และได้ถูกโอเล่ กุนน่า โซลชาติดป้ายขายมาตั้งแต่ปิดฤดูกาลที่สนนราคาราว10ล้านปอนด์ ทว่าจวนแล้วจวนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทีมอื่นได้ โดยมีรายงานระบุว่าเอฟเวอร์ตันเคยใกล้ที่ปิดดีลยืมตัวโรโฮได้แล้วเมื่อช่วงเส้นตายการซื้อเข้าเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทว่าก็เป็นแมนยูเองนี่ละที่เกิดเปลี่ยนใจปฏิเสธในนาทีสุดท้ายจนทำให้มาร์โก ซิลวากุนซือท๊อฟฟี่หัวเสียเป็นอย่างมาก

ซาฮาร์ เป้าหมายรายถัดไปของ เปเอสเช แทนเนย์มาร์ที่ย้ายชัวร์

ซาฮาร์

   ปารีส แซงต์ แชร์กแมงแชมป์เก่าลีกเอิงเริ่มขยับตัวในตลาดซื้อขายอีกครั้งภายหลังจากความพ่ายแพ้ในเกมนัดล่าสุด โดยเล็งไปหาผู้เล่นริมเส้นอย่างวิลฟรีด ซาฮาร์ของคริสตัลพาเลซ โดยโธมัส ทูเคิล(กุนซือเปเอสเช)เชื่อว่าดาวเตะชาวไอวอรี่โครสต์มีลีลาการกระชากลากเลื้อย ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับคู่แข่งได้ไม่แพ้เนย์มาร์ดาวเตะแซมบ้า โดยหากเปเอสเชปิดดีลนี้ได้สำเร็จก็ยังเป็นผลดีต่อทีมปราสาทเรือนแก้วอีกด้วยเนื่องจากซาฮาร์เองก็ไม่ค่อยมีสมาธิกับการลงเล่นในช่วงนี้ หลังจากขอขึ้นบัญชีย้ายทีมมาตั้งแต่สิ้นสุดฤดูกาลก่อน

   คริสตัลพาเลซตั้งค่าตัวผู้เล่นรายนี้ไว้ที่ไม่ต่ำกว่า70ล้านปอนด์ จนทำให้สองทีมก่อนหน้าอย่างอาร์เซนอลและเอฟเวอร์ตันต่างไม่สามารถสัมฤทธิ์ผลการเจรจาได้ อย่างไรก็ตามเม็ดเงินดังกล่าวไม่น่าจะใช่ปัญหาสำหรับปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยรายงานเชื่อว่าเวลานี้ทีมงานของทามิม บิน ฮาหมัด อัล-ธานี(เจ้าของทีมเปเอสเช)ได้เดินทางมาถึงประเทศอังกฤษแล้วเพื่อหารือบทสรุปในเรื่องนี้ 

ซาฮาร์ รับไปทีมไหนไม่ว่าขอเล่นUCLและมีลุ้นแชมป์เท่านั้น

   อดีตปีกแมนยูทำผลงานในสีเสื้อพาเลซได้อย่างยอดเยี่ยมนับรวมการลงสนาม185นัดและยิงไป35ประตู แต่ก็ยังไม่เคยเฉียดที่จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์ “ ผมมีความสุขกับพาเลซ แต่ผมก็คงต้องพิจารณาหามีทางเลือกอื่นๆที่ผมจะได้สะสมความสำเร็จบ้าง ผมอยากคว้าแชมป์ ผมอยากฉลอง มันเป็นเป้าหมายของนักเตะทุกคนอยู่แล้วสำหรับถ้วยรางวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ลงเป็นในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ผมสัญญากับตัวเองว่าผมต้องลงเล่นในรายการนี้ให้ได้ ” ดาวเตะวัย26ปีแบ่งรับแบ่งสู้กับสถานการณ์ย้ายทีม

    และด้วยสถานการณ์คาราคาซังเรื่องการย้ายออกของซาฮาร์นี่เอง ทำให้ซีซั่น2019/20ที่เริ่มทำการแข่งขันไปแล้วนั้นเจ้าตัวทำผลงานในสนามได้อย่างไม่น่าประทับใจ โดยหลังจากลงสนามไป206นาที(ตัวจริงสองนัด,สำรอง1นัด)วิลฟรีด ซาฮาร์ยังไม่มีส่วนรวมกับเกมรุกใดๆของทีม ไม่มีทั้งการทำทางและยิงประตูจนทำให้รอย ฮอดจ์สันกุนซือพาเลซน่าจะยอมปล่อยตัวปีกตัวความหวังรายนี้ออกไปหากได้เงื่อนไขราคาตามที่สโมสรต้องการ โดยว่ากันว่าเปเอสเชหวังจบดีลนี้ให้ได้ไวๆด้วยการยื่นเม็ดเงินสูงถึง100ล้านปอนด์ให้พิจารณา และแน่นอนว่าเม็ดเงินนจำนวนนั้นคงไม่มีทางที่คริสตัลพาเลซจะปฏิเสธการเจรจาอย่างแน่นอน