แอสตันวิลล่า ยันขอสร้างทีมต่อโดยมีแจ๊คกรีริชเป็นจุดศูนย์กลาง

แอสตันวิลล่า

    แอสตันวิลล่าแม้จะมีสถานะเป็นทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีกฉะนั้นการแค่ได้อยู่รอดในลีกสูงสุดต่อก็นับว่าน่าพอใจมากแล้ว ทว่ากุนซือดีน สมิธกลับไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาประกาศว่าทีมสิงห์ผงาดมีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในระดับสูง และจะสร้างทีมให้แข็งแกร่งในระยะยาวโดยจะมีแจ็ค กรีลิชเป็นตัวหลักของโปรเจก

    ปัจจุบันแอสตันวิลล่าอยู่อันดับ15ของตารางพรีเมียร์ลีกโดยมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียว แต่พวกเค้าก็ยังให้คำยืนยันว่าแค่อยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไปไม่ใช่ความปรารถนาที่แท้จริงของสโมสร “ แจ็คเพิ่งต่อสัญญาระยะยาวกับเราเมื่อปีก่อน มันชัดเจนว่าเค้าคือคนสำคัญในแผนการของของสโมสรแอสตันวิลล่า เรามีเจ้าของสโมสรที่มีสถานะการเงินที่มั่นคง ฉะนั้นเราไม่มีความจำเป็นที่ต้องขายนักเตะเพื่อหาเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแจ็ค เค้าจะอยู่จนเป็นตำนานกับสโมสรเลยเชียวละ ” ดีน สมิธกุนซือแอสตัน วิลล่ากล่าวอย่างมั่นใจ

     โดยกุนซือวัย48ปีต้องการสนับสนุนแจ๊ค กรีริชโดยหวังให้ก้าวขึ้นเป็นหน้าเป็นตาของสโมสรในระยะยาว “ แจ๊คเป็นที่รักของแฟนบอล และเค้าเองก็ภาคภูมิใจที่ได้เป็นนักเตะของเรา มันไม่มีเหตุผลอื่นใดที่เค้าต้องย้ายไปเล่นที่อื่น เค้าสามารถประสบความสำเร็จกับแอสตันวิลล่าได้เลย นั่นคือเป้าหมายของเรา ใช่เรากำลังพูดถึงการคว้าแชมป์ซักหนึ่งรายการ หรืออาจจะเป็นการทำอันดับไปเตะถ้วยยุโรป ”

ดีนสมิธตัดบทปีศาจแดงเลิกฝันที่จะคว้าตัวกรีริชกลาง แอสตันวิลล่า ไปได้แล้ว

     แจ็ค กรีริชมีส่วนร่วมสำคัญที่ทำให้แอสตันวิลล่ายันเสมอกับแมนยูฯมาได้ที่สกอร์2-2 ทำให้หลังจากนั้นมีข่าวตามมาทันทีว่าโซลชาสนใจที่จะดึงตัวกองหลางวัย24ปีไปร่วมงานกับแมนยูฯ

     “ มันเป็นธรรมดาที่ทีมอย่างยูไนเต็ดจะมีข่าวกับนักเตะชั้นดี แต่สำหรับแจ๊คเราบอกได้เลยว่ามันไม่มีความเป็นไปได้แม้แต่น้อย เราเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมายังลีกสูงสุดก็จริงแต่แอสตันวิลล่าเป็นสโมสรเก่าแก่ เรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เราไม่ใช่ทีมน้องใหม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อการอยู่รอดและเงิน ” ดีน สมิธประกาศชัดเจนว่านักเตะรายนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับจำหน่าย

     ปัจจุบันแจ๊ค กรีริชมีสัญญาอยู่ในถิ่นวิลล่าปาร์คถึงปี2023 ทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้สวมเสื้อหมายเลข10อีกต่างหาก จึงค่อนข้างเป็นงานยากสำหรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหากต้องการจะเดินหน้าคว้าตัวกรีริชมาให้ได้ โดยผลงานของกรีริชในปีนี้ช่างน่าเย้ายวยเหลือเกินเมื่อเจ้าตัวลงเล่นไปแล้ว14นัดยิงได้5ประตู และทำทางให้เพื่อนไปอีก5แอสซิสต์

เทรนด์ &โรเบิร์ตสันสองฟูลแบ็คจะนำหงส์เเดงสู่ความสำเร็จ

เทรนด์

    ถ้าคุณได้ติดตามผลงานของลิเวอร์พูลตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา คุณได้เห็นเลยว่านอกจากสามประสานซาล่า,มาเน่ และฟีร์มิโน่แล้ว สองฟูลแบ็คซ้าย,ขวาของทีมอย่างแอนดรูส์ โรเบิตสัน และเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ลิเวอร์พูลมีความสมดุล(ทั้งรุก,รับ)อย่างเหลือเชื่อ

    ในเกมที่ลิเวอร์เอาชนะแอสตันวิลล่ามาได้2-1 พวกเค้าตามหลังทีมน้องใหม่ในพรีเมียร์ลีกถึง86นาทีกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอจากผลงานของแอนดรูส์ โรเบิตสันหลังจากนั้นมาเน่ก็มาบวกประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หรือผลงานในเกมที่เอาชนะไบร์ทตัน2-1 สองประตูที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ทำได้ก็ล้วนแล้วแต่มาจากการบรรจงเปิดของเทรนด์-อาร์โนลทั้งสิ้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างเบาๆที่เรายกมาเป็นตัวอย่าง ทว่าในเนื้องานแล้วทั้งคู่ต่างแข็งขันในเกมรับ พร้อมทั้งเติมเกมรุกในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างไร้ที่ติจน ณ เวลานี้สองแบ็คซ้าย,ขวาของชาวเดอะค็อปกลายเป็นสองตำแหน่งที่แฟนบอลอีกหลายทีมพากันอิจฉา

     โดยในซีซั่นนี้ทั้งคู่ทำแอสซิสต์รวมกันไปแล้ว11ครั้ง เรียกได้ว่ามีส่วนร่วมกับการได้ประตูของลิเวอร์พูลอย่างมาก อีกทั้งเทรนด์-อาร์โนล และโรเบิตสันยังเล่นได้อย่างเข้าขากันเป็นอย่างดี แล้วพวกเค้าก็มักเปิดบอลเปลี่ยนแกนข้ามฝากให้กันไปมาได้อย่างรู้ใจอยู่เรื่อยอีกต่างหาก

เทรนด์ เผยการสลับบอลข้ามฝากเป็นอีกหนึ่งอาวุธของหงส์แดงเช่นกัน

    แม้ว่าภาพการเปิดบอลข้ามฝากให้กันไปมาระหว่างแบ็คซ้ายและขวาของลิเวอร์พูลจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้งจนดูเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเทรนด์-อาร์โนลแบ๊คขวาทีมชาติอังกฤษกลับออกมาเผยว่ามันเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ตนและแอนดรูส์ โรเบิตสันตั้งใจทำกันเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีม “ ผมกับร็อบโบ้(ชื่อเรียกโรเบิตสัน)มักชอบที่จะส่งบอลยาวข้ามฝากให้กันอยู่เสมอ นั่นเพราะเราต่างรู้ดีว่าการที่คุณถูกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำแบบนี้ใส่มันจะทำให้คุณล้า มันจะกลายเป็นการสิ้นเปลืองแรง แล้วยิ่งเมื่อคุณโดนทำแบบนี้ซ้ำๆมันจะยิ่งทำให้คุณท้อและเสียสมาธิได้ เราจึงชอบทำมันซ้ำไปซ้ำมา มันเหมือนการนวดคู่ต่อสู้ให้หมดแรงเพื่อหาจุดอ่อน อีกทั้งการเปลี่ยนบอลข้ามฝากแบบรวดเร็ว(และแม่นยำ)ยังช่วยสร้างพื้นที่เล่นบอลให้มากยิ่งขึ้นได้อีกต่างหาก ” ฟูลแบ็ควัย21กะรัตกล่าวอย่างภูมิใจ

โซลชา รับอาจไม่ได้แข้งบิ๊กเนมช่วงปีใหม่แม้ผีมีเงินพร้อมจ่าย

โซลชา

     แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่ายังจะได้เป็นกุนซือปีศาจแดงไปจนถึงช่วงมกราคมหรือเปล่า ทว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาก็ออกตัวนำไว้ก่อนแล้วว่าแมนยูฯอาจเสริมทัพได้ไม่หวือหวานักเนื่องจากนักเตะที่ดีพร้อมก็มักไม่ถูกปล่อยตัวในช่วงเดือนมกราคม  

     แมนยูฯตกเป็นข่าวกับนักเตะชั้นนำชนิดไม่เลือกหน้า ไล่เรียงตั้งแต่มาริโอ มานด์ซูคิซ,เออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์,อีวาน ราคิติช,เจมส์ แมดดิสัน,ดีแคน ไรซ์ และเอ็มเร่ ชาน ซึ่งรายชื่อทั้งหมดนี้อาจสามารถปิดดีลได้จริงเพียงไม่กี่รายเท่านั้น หากอ้างอิงตามคำกล่าวของโซลชา “ ปัญหาที่เรามักเจอในช่วงเดือนมกราคม คือมันยาก มันไม่เกี่ยวกับตัวเงิน แต่ทีมไหนๆก็ไม่อยากเสียนักเตะฝีเท้าดีไปในช่วงกลางฤดูกาล มันเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยพบเห็นในระหว่างกลางซีซั่น ”

     “ ทุกสโมสรต่างอยากได้นักเตะที่ทำงานร่วมกันได้ในระยะยาว มันทำให้ออปชั่นยืมตัวในช่วงนี้มักเป็นดีลสำหรับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เราก็ไม่ปิดกั้นนะ ถ้าเราเจอนักเตะที่ใช่ยูไนเต็ดก็พร้อมดำเนินการ ยังเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องนั้น เมื่อเรากำลังจะได้ผู้เล่นกลับมาจากอาการบาดเจ็บอีกหลายคน ผมจะพิจารณาจากนักเตะที่มีก่อน เรื่องการเสริมทัพจะเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น ” นายใหญ่ชาวนอร์เวย์แถลงการ

โซลชา อ้างปิดดีลซื้อขายซัมเมอร์ช้าจนเสียขบวนการเสริมทัพ

     ขณะเดียวกันโอเล่ กุนน่า โซลชาก็ได้ยอมรับว่าการปิดดีลซื้อเข้าแฮรี่ แม็คไกวร์ และปล่อยตัวโรเมลู ลูกากูเมื่อช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนั้นถือว่าช้ากว่าที่คาดการไว้จนทำให้แผนการเสริมทัพที่วางไว้คลาดเคลื่อนไปหมด “ เรามีการวางแผนถึงรายชื่อนักเตะที่เราต้องการซึ่งผมไม่สามารถบอกได้ว่ามีใครบ้าง แต่ด้วยการที่เราได้ตัวแม็คไกวร์ช้ากว่าคาดไว้รวมถึงปล่อยตัวลูกากูก็ยิ่งช้าเข้าไปอีก มันทำให้ดีลทีเหลือพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ”

     “ สำหรับช่วงปีใหม่เราไม่มีแผนการที่ชัดเจนนัก เพราะเราไม่ได้คาดหวังกับมัน อย่างที่ผมบอกไว้เราพร้อมดำเนินการถ้าเจอคนที่ใช่ ” โซลชาออกตัวว่าอาจะไม่ทำการเสริมทัพในช่วงปีใหม่

    กระนั้นข่าววงในก็ยังยืนยันว่ามาริโอ มานด์ซูคิชจะนักเตะหนึ่งรายที่ได้ย้ายมาเล่นให้ปีศาจแดงในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน โดยเชื่อกันว่านักเตะได้ตกลงรายละเอียดส่วนตัวกับแมนยูฯไว้แล้ว เหลือเพียงเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังจากตลาดซื้อขายผู้เล่นเปิดทำการอีกครั้งเท่านั้น

ซัวเรส อวยหงส์ฟอร์มเทพปีนี้ถ้วยพรีเมียร์ลีกไม่หลุดมือแน่นอน

ซัวเรส

    ถึงแม้ว่าหลุยส์ ซัวเรสจะอำลาลิเวอร์พูลไปหลายปีแล้ว ทว่าดาวยิงชาวอุรุกวัยก็ยังแอบส่งกำลังใจให้ชาวเดอะค็อปอยู่เรื่อยมา ในซีซั่นี้ที่ทัพหงส์แดงกำลังมีลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรก ซัวเรสจึงถือโอกาสออกมาเจิมทีมเก่าว่าจะไม่พลาดชูถ้วยพรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้อย่างแน่นอน

    “ การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าลิเวอร์พูลก็ยังเหลือเกมให้ลงเล่นอีกเพียบ แต่เมื่อคุณมองไปสิ่งที่พวกเค้าแสดงออกในปีนี้ ก็ต้องบอกทุกมันลงตัวไปหมด บางเกมพวกเค้าเจอสถานการณ์ที่ลำบากแต่ก็สามารถทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมได้ตลอด ยิ่งการยังไม่แพ้ใครก็ยิ่งทำให้ลิเวอร์พูลเพิ่มพูนความมั่นใจขึ้นไปอีก ผมมองไม่เห็นโอกาสเลยว่าใครจะหยุดพวกเค้าได้ ในเมื่อทีมใหญ่ต่างก็ไม่สามารถสร้างความลำบากต่อพวกเค้าได้เลย ”

    ในเวลานี้ลิเวอร์พูลนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยการมี37คะแนนทิ้งห่างเลสเตอร์ ซิตี้(รองจ่าฝูง)อยู่8คะแนน และห่างแมนซิตี้(อันดับ3)อยู่9คะแนน ซึ่งถือว่าสถานการณ์ลุ้นแชมป์ค่อนข้างลอยลำเลยทีเดียว “ ลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ปีก่อนพวกเค้าแพ้แค่นัดเดียวแต่ก็ยังพลาดแชมป์ ปีนี้พวกเค้าทำได้อย่างยอดเยี่ยม การเอาชนะแมนซิตี้ได้ทำให้ลิเวอร์พูลยิ่งได้เปรียบมากขึ้น ด้วยช่องว่างคะแนนที่มีก็แน่นอนว่าแมนซิตี้จะต้องเร่งเครื่องไล่จี้อย่างไม่ลดละ แต่ผมคิดว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะไม่พลาดอีก มันคือความลงตัวที่ชัดเจน ศักยภาพของทีม,ความมั่นใจ และบอลเป็นใจลิเวอร์พูลมีครบทุกประการ มันคงถึงเวลาแล้วที่ชาวเดอะค็อปจะได้เฉลิมฉลองกัน ” ดาวยิงวัย32กะรัตเติมเต็มความมั่นใจให้อดีตต้นสังกัด

ซัวเรส โอดเสียดายอยู่หงส์ยุคถังแตกไม่งั้นได้แชมป์พรีเมียแล้ว

    หลุยซ์ ซัวเรสเคยมีโอกาสที่จะได้แชมป์พรีเมียร์ฯกับลิเวอร์พูลเช่นกันเมื่อซีซั่น2013/14 แต่ก็โดนแมนซิตี้เบียดเข้าวินอย่างน่าเจ็บใจ โดยหัวหอกบาซ่าได้รำลึกความหลังว่าหากในเวลานั้นทีมดังแห่งเมซี่ไซด์ยอมทุ่มเงินกับการเสริมทัพเจ้าตัวก็น่าได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกกับหงส์แดงไปแล้ว “  ปีนั้นลิเวอร์พูลเข้าใกล้การคว้าแชมป์อย่างมาก ผมยังคิดถึงมันอยู่ตลอดว่าถ้าปีนั้นทีมมีงบเสริมทัพมากเหมือนตอนนี้อะไรจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? บางทีผมอาจจะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกแล้วก็ได้ ” ซัวเรสผู้ซึ่งยิงไป69ประตูกับหงส์แดงกล่าวทิ้งท้าย

บาโลเตลี่ หมางใจโค้ชอาจโดนเบรสชาตัดหางปล่อยวัดอีกครั้ง

บาโลเตลี่

   แม้ว่ามาริโอ บาโลเตลี่จะมีอายุปาเข้าไป29ปีแล้วก็ตามแต่วุฒิภาวะของเค้าก็ยังคงเป็นเพียงเด็กเกรียนคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อล่าสุดบาโลเตลี่โดนลงโทษทางวินัยจากทีมเบรสชา เนื่องจากไปทะเลาะกับกุนซือฟาบิโอ กรอสโซ่ในช่วงเตรียมทีมก่อนจะลงเล่นกัลโช่ เซเรียอานัดที่13 และลงเอยด้วยการไม่มีส่วนร่วมกับทีมต้นสังกัดในการลงสนามนัดล่าสุด

   สื่อในแดนมักกะโรนีเปิดเผยว่าบาโลเตลี่ได้มีการโต้เถียงกับกรอสโซ่อย่างเผ็ดร้อนในระหว่างฝึกซ้อม หลังจากนั้นเจ้าตัวก็เดินออกจากสนามซ้อมกลางคัน ตามมาด้วยการไม่มีส่วนร่วมกับทีมเบรสชา(แม้กระทั่งรายชื่อตัวสำรอง)ในเกมที่บุกไปพ่ายโรม่า0-3 จนมีการคาดการกันไปว่าเกรียนโอ้อาจโดนเบรสชาลอยแพอีกครั้งในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม

    เบรสชาเดิมพันกับบาโลเตลี่ไว้สูงมากด้วยการยอมจ่ายค่าเหนื่อยสูงถึง1.5ล้านยูโรต่อปี ทว่าอดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี่กลับยิงได้เพียง2ประตูจากการลงเล่น7เกม ทำให้เบรสชาเก็บได้แค่เพียง7แต้มรั้งอันดับท้ายตารางของศึกกัลโช่ แต่เมื่อผลงานในสนามก็ใช่จะดีแต่ดันมาเพิ่มปัญหาเรื่องความประพฤติอีก เบรสชาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากการปล่อยตัวกองหน้ารายนี้ออกไปจากทีมในช่วงปีใหม่ โดยมีทั้งกาลาตาซา(ลีกตุรกี)และเอฟซี โตรอนโต้(เมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา)ที่ต่างให้ความสนใจกันอยู่ ณ เวลานี้

กรอสโซ่เผยหั่น บาโลเตลี่ ด้วยสาเหตุฝ่าฝืนคำสั่งระหว่างทำการซ้อม

   ฟาบิโอ กรอสโซ่นายใหญ่เบรสชาได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุในการตัดชื่อบาโลเตลี่ออกจากทีม “ เบรสชากำลังต่อสู้เพื่ออยู่รอด ผมต้องการปฏิกิริยาตอบสนองที่สูงกว่าเดิม แต่มาริโอไม่ปฏิบัติตาม ผมจึงออกคำสั่งให้เค้าหยุดซ้อมกับทีมโดยทันที ทุกคนที่เบรสชาต่างทำงานกันอย่างหนัก หากใครซักคนไม่อยู่ในเงื่อนไขนั้นเค้าก็ไม่มีประโยชน์กับทีมของเรา ”

   “ เบรสชามอบโอกาสให้กับมาริโอแต่ดูเหมือนเค้าจะไม่เห็นความสำคัญ มาริโอไม่พยายามช่วยให้สถานการณ์ของตัวเองดีขึ้นเลย ” กรอสโซ่กล่าวด้วยความรู้สึกผิดหวัง

   อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ต้นสังกัดไม่ปลื้มในตัวบาโลเตลี่ก็เป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่เจ้าตัวโดนแฟนบอลเหยียดผิวแล้วต้องการจะเดินว๊อคเอาท์(เดินออกจากสนามเลยไม่แข่งต่อ)ในระหว่างการลงแข่งกับเวโรน่า ซึ่งด้านประธานสโมสรมัสซิโม่ เซลิโน่มองว่าบาโลเตลี่เอาแต่หมกมุ่นเรื่องการเหยียดผิวแต่กลับมาแยแสต่อสปริริตในทีมของตนเองเท่าที่ควร

โมราต้า ยอมรับจากใจฟอร์มห่วยจริงสมัยค้าแข้งอยู่กับเชลซี

โมราต้า

    หลังจากที่อัลบาโร่ โมราต้าต้องกลับมาฟื้นฟูอีกครั้งกับแอตเลติโก้ มาดริด ก็ทำให้กองหน้าชาวสเปนนึกครึ้มใจออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกผิดหวังเมื่อครั้งที่ย้ายไปเป็นนักเตะของเชลซี โดยโมราต้ายอมรับว่าช่วงอยู่ในอังกฤษเป็นช่วงตกต่ำที่สุดในชีวิตการค้าแข้งเลยทีเดียว

    โมราต้าย้ายมาตามหลังอันโตนิโอ คอนเต้นายใหญ่เชลซีในเวลานั้น ทว่าเจ้าตัวก็ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งในสีเสื้อสิงห์บลูได้เลย “ มันย่ำแย่มาก บ่อยครั้งที่ผมอยู่ในตำแหน่งที่ดีแต่ไม่มีใครส่งบอลให้คุณ แต่ผมไม่โทษใครหรอก ผลงานของผมในตอนนั้นมันก็ไม่น่าไว้วางใจจริงๆนั่นแหล่ะ ” โมราต้ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์แม้ว่าเจ้าตัวจะยิงไปถึง24ประตู(จากการลงเล่น72เกม)ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

    “ ผมเก็บความโกรธและผิดหวังกลับมาระบายยามกลับถึงบ้าน ทั้งตะโกนแหกปาก,ทำลายข้าวของ หรือแม้แต่ทุบกำแพงจนมือแทบแตก มันเป็นช่วงเวลาที่ผมแทบไม่อยากคิดถึงมันเลย เกมฟุตบอลในเวลานั้นมันไม่สนุกเอาเสียเลยสำหรับผม แม้ผมจะฮึดขึ้นสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ผมก็ยังไม่มีความสุขอยู่ดี กระทั่งมีข้อเสนอจากแอตเลติโก้ ผมรีบตอบรับทันทีเพราะอย่างน้อยผมก็จะได้กลับมาใกล้ชิดครอบครัวอีกครั้ง ” โมราต้าเปิดเผยตราบาปในชีวิตการค้าแข้ง

โมราต้า ซึ้งใจตราหมีฉุดขึ้นมาจากช่วงเวลาอันเลวร้ายจนได้ดี๊ด๊า

    พร้อมกันนั้นโมราต้ายังได้กล่าวขอบคุณแอตเลติโก้ มาดริดต้นสังกัดปัจจุบันที่อ้าแขนรับให้กลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง “ ผมสูญเสียความมั่นใจไปมาก แต่ก็ต้องขอบคุณแอตเลติโก้ที่ยังเชื่อมั่นในตัวผม ที่นี่เราเหมือนครอบครัว เราดูแลกันและกัน และที่สำคัญคือผมได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเพื่อนร่วมทีม มันคือสิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจผมได้ แต่ตอนนี้ผมแฮปปี้แล้ว ”

    ที่อัลบาโร่ โมราต้าซัดไปแล้ว7ประตูให้ตราหมีในซีซั่นนี้ พร้อมกับยืนยันว่าเจ้าตัวกำลังมั่นใจขึ้นเรื่อยๆและจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด “ ผมเริ่มทำประตูได้ต่อเนื่องแต่มันยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดหรอก ผมยังต้องยกระดับการเล่นของตัวเอง นั่นคือเป้าหมาย ผมอยากตอบแทนความไว้วางใจของสโมสรและแฟนบอล ด้วยการยิงประตูให้มากขึ้นๆ โชคดีที่แอตเลติโก้มีเกมให้ลงเล่นเพียบ นั่นเท่ากับผมน่าจะมีโอกาสยิงประตูมากขึ้นเช่นกัน และมันจะวิเศษสุดๆถ้าเราสามารถฉลองแชมป์กันได้ในบั้นปลาย เรามีสปริริตทีมที่ดีและขุมกำลังที่แข็งแกร่งมันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเลยแม้แต่น้อย ”

แชมเบอร์ ป้องปืนรักษาหัวใจให้แข็งพอก็ลุ้นกลับมาคืนฟอร์มได้

แชมเบอร์

   แม้ว่าผลงานของทีมปืนใหญ่จะออกทะเลมาหลายนัดแล้วก็ตาม ทว่าคัลลั่ม แชมเบอร์แนวรับจอมขยันก็ยังมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมจะยังกัดฟันสู้กันต่อ พร้อมยืนยันว่าความกลมเกลียวของผู้เล่นอาร์เซนอลยังคงเหนียวแน่น และพร้อมจะผลักดันกันและกันให้กลับมาเก็บชัยชนะให้ได้ในเร็ววัน

   คัลลั่ม แชมปเบอร์เพิ่งจะได้กลับมาเป็นตัวจริงกับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ โดยอูไน เอเมรี่มักให้ประจำการแบ๊คขวาในช่วงหลัง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่อาจพาทีมคืนฟอร์มเก่งได้หลังจากที่ผลงานในพรีเมียร์ลีก4เกมหลังสุดอาร์เซนอลไม่ชนะใครเลย “ เราไม่เถียงว่าทีมกำลังอยู่ท่ามกลางความกดดัน เมื่อเราไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการแบบต่อเนื่อง คำวิจารณ์ต่างๆจะถาโถมกลับมาหาเราเป็นปกติ แต่เรายังแข็งแกร่งบรรยากาศในห้องแต่งตัวยังราบรื่นดี เราแค่กดดันเรื่องผลการแข่งขันและในแง่ของอารมณ์แล้วพวกเรายังโอเคกันอยู่ นักเตะทุกคนยินดีที่จะช่วยเหลือกันเพื่อพาอาร์เซนอลกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ”

แชมเบอร์ กระตุ้นทีมต้องโฟกัสเเง่บวกยังเหลือเกมให้เล่นอีกหลายนัด

   “ เราต้องมองไปข้างหน้ายังมีเกมให้เล่นอีกเยอะ ทีมต้องโฟกัสในแง่บวกแล้วเราจะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ผมยืนยันว่านักเตะ(อาร์เซนอล)ทุกคนต่างพยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อสิ่งนั้น ” แชมเบอร์ที่ปีนี้ได้ลงเล่นไปแล้ว10เกมจากทุกรายการออกโรงกระตุ้นทีม

ลากาแซตต์ ร่วมกระตุ้นเพื่อนใช้เบรกทีมชาติฟื้นฟูความมั่นใจ

    ขณะที่อเล็กซองด์ ลากาแซตต์หัวหอกตัวเก่งก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้พักการแข่งขันเข้าสู่การแข่งขันเกมทีมชาติเนื่องจากอาร์เซนอลเองกำลังเมาหมัดเหลือเกิน “ หลังความพ่ายแพ้ต่อเลสเตอร์พวกเราผิดหวังกันพอสมควร เราโดนลงโทษเพราะขาดความเฉียคม ฉะนั้นการได้พักในช่วงสองสัปดาห์นี้จะเป็นการดีมากๆ มันจะทำให้พวกเราได้รีเฟรชตัวเองใหม่ ”

   “ อาร์เซนอลกำลังเจอบททดสอบสำคัญ เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนที่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ เราหวังว่าจะใช้ช่วงนี้ซ้อมกันให้หนักขึ้น(สำหรับนักเตะที่ไม่ติดทีมชาติ) เป้าหมายของเรามีเพียงท๊อปโฟว์ และความหวังยังคงมีอยู่ ”   

  “ พวกเรายังไม่ได้ผลการแข่งขันที่ดี แต่นักเตะทุกคนก็ยังสู้ไม่ถอย เรายังเชื่อว่าเราดีพอที่จะกลับไปเล่นถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก บางทีเราอาจต้องการจุดเปลี่ยนที่จะกลับมาสู่เส้นทาง แฟนบอลของเราจะได้กลับมาเฉลิมฉลองหลังเบรกทีมชาติอย่างแน่นอน ” ลากาแซตต์กล่าวอย่างมีหวัง

เคร้าช์ เตือนแชมเบอร์เลนฟอร์มดีแต่ไม่ควรออกสตาร์ทดวลซิตี้

เคร้าช์

      สุดสัปดาห์นี้บิ๊กแม็ตซ์คงหนีไม่พ้นเกมที่ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านรับมือกับแมนซิตี้ ซึ่งผลแพ้ชนะในเกมนี้จะมีส่วนต่อการชี้วัดว่าทีมใดกันแน่ที่คู่ควรจะครองถ้วยพรีเมียร์ลีก ท่ามกลางความสนใจของชาวเดอะค็อป ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตกองหน้าของหงส์แดงก็ได้ออกมาแนะนำให้เจอร์เกน คล็อปพยายามใช้งานนักเตะตัวหลักในเกมนี้โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นแม้ว่านักเตะอย่างอเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลนจะฟอร์มดีมาจากเกมยูซีแอลเมื่อกลางสัปดาห์ก็ตาม

      ปีเตอร์ เคร้าช์ตั้งข้อสังเกตว่ากุนซือหงส์แดง เจอร์เกน คล็อปป์นั้นมีความชอบพอแชมเบอร์เลนเป็นอย่างมาก จนเป็นกังวลว่านายใหญ่ชาวเยอรมันจะอุตริใส่ชื่ออดีตมิดฟิลด์อาร์เซนอลให้ออกสตาร์ทในการรับมือแมนเชสเตอร์ซิตี้ในสุดสัปดาห์นี้ “ ลิเวอร์พูลกำลังมีเชฟเกมที่ดีต่อเนื่อง นั่นเพราะพวกเค้าใช้เตะหน้าเดิมๆเล่นกันอย่างต่อเนื่อง และทีมกำลังต้องดวลกับคู่แข่งอย่างซิตี้ ซึ่งมันสำคัญอย่างมาก ผมแอบหวังว่าคล็อปป์จะไม่สร้างเซอร์ไพรซ์ด้วยการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของแชมเบอร์เลนที่เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าก็ยังไม่ควรออกสตาร์ทในการดวลกับซิตี้ มันเป็นเกมที่เราไม่ควรปรับเปลี่ยนอะไรโดยไม่จำเป็น ”

แชมเบอร์เลนงานดีแต่อ่อนทีมเวิร์ก เคร้าช์ ติงไม่ดีพอเป็นตัวจริง

     แม้ว่ารุ่นพี่อย่างปีเตอร์ เคร้าช์จะไม่เห็นด้วยที่จะให้แชมเบอร์เลนลงเล่นเป็น11คนแรกในการรับมือกับทีมตราเรือใบ แต่ทว่าหัวหอกร่างโย่งก็ยังมองว่ากองกลางวัย26ปียังไม่เข้าขากับเพื่อนเท่าที่ควร “ เค้า(แชมเบอร์เลน)ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยในปีก่อน และมันก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ผมคิดว่านักเตะในทีมหลายคนยกระดับทั้งฝีเท้า,ทัศนคติ และความมั่นใจแบบพร้อมกันในปีก่อน มันทำให้นักเตะกลุ่มนี้เล่นกันอย่างรู้ใจ ซึ่งแชมเบอร์เลนดูยังประสานงานกับเพื่อนได้ไม่ไหลรื่นนัก แม้ว่าผลงานส่วนตัวของเค้าจะดีขึ้นเป็นลำดับก็ตาม ”

     “ สิ่งเหล่านี้อยู่ดีๆจะมีขึ้นมาเองไม่ได้หากเค้าไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่คล็อปป์ไม่ควรส่งเค้าลงเล่นในเกมสำคัญแบบนี้ เมื่อเชื่อว่าเค้าจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากขึ้นหลังจากนี้ เพราะแชมเบอร์เลนแสดงให้เห็นแล้วว่าเค้ามุ่งมั่นขนาดไหน เค้าน่าจะได้เล่นในซีซั่นนี้ไม่ต่ำกว่า30เกมอย่างแน่นอน ” ปีเตอร์ เคร้าช์ในวัย38ปีทำนายเส้นทางค้าแข้งให้แชมเบอร์เลน

โควัช ยังห้าวขอขี่หลังเสือต่อแม้เพิ่งแพ้แฟรงค์เฟิร์ตขาดลอย

โควัช

     ผลงานของบาเยิร์น มิวนิคในซีซั่นนี้ต้องบอกว่ากระท่อนกระแท่นอย่างมาก แม้ว่าจะยังอยู่อันดับ4ในตารางบุนเดสลีก้า และมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างกลัดบัคเพียง4คะแนนเท่านั้น(ยังมีลุ้นแชมป์เนื่องจากแต้มไม่ห่างมากนัก)แต่เจาะลึกลงไปในรายละเอียดแล้วสถิติต่างๆรวมไปถึงฟอร์มากเล่นกลับน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ให้ไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ตมา1-5ก็นำพาให้เก้าอี้ผู้จัดการทีมของนิโก้ โควัชร้อนขึ้นมาทันที

     “ มันเป็นสกอร์ที่เลวร้ายมากๆ แต่เป็นนักสู้อยู่แล้ว เมื่อมองไปที่อันดับในตารางแล้วผมยังไม่แพ้แน่ๆ ปีก่อนเรา(บาเยิร์น มิวนิค)ตามเยอะกว่านี้อีกเราปีนี้ผมก็ยังคงมีโฟกัสแบบเดิม แน่นอนว่าการแพ้สกอร์ขาดลอยมันอาจทำให้ผมรู้สึกโมโหเอามากๆ แต่มันผ่านไปแล้วหน้าที่ของผมคือทำให้ทีมกลับมาชนะให้ได้ ” นิโก้ โควัชยืนยันเสียงแข่งที่พาเสือใต้กลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ให้จงได้

     เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะโดนปลดเทรนเนอร์ชาวโครแอตก็ยักไหล่ตอบแบบไม่แยแส “ คุณถามผิดคนแล้วละ เพราะผมไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้ แต่ตราบเท่าที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผมก็จะมุ่งมั่นกับงานของผมต่อไป ”

บาเยิร์นเล็งปลดจริงเนื่องด้วย โควัช ออกนอกลู่นอกทางหลายกรณี

    สื่อในเยอรมันระบุว่ากำลังการปรึกษาภายในเกี่ยวกับการแยกทางกับกุนซือนิโก้ โควัชเนื่องจากบอร์ดบริหารไม่ปลื้มที่โควัชออกมายกย่องแฟนบอลแฟรงเฟิร์ตว่ามีสปริริตยอดเยี่ยมเหนือแฟนบอลเสือใต้และถัดมาทีมก็แพ้ยับเยินต่อแฟรงค์ เฟิร์ตชนิดทันตา อันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าผู้จัดการทีมรายนี้มักชอบให้สัมภาษณ์อย่างไม่เหมาะสม และก่อนหน้านี้ก็เคยมีปัญหาที่โควัชก่อนขึ้นมาจากฝีปากของตนเองหลายครั้ง จนทำให้เสือใต้รู้สึกเต็มกลืนกับท่าทีอันเกินจะคาดเดาของกุนซือวัย48ปีรายนี้

    เมื่อช่วงต้นฤดูกาลโควัชได้ออกมาเปิดเผยว่าสโมสรใกล้จะได้ตัวเรลอย ซาเน่มาจากแมนซิตี้ แม้ว่าในที่สุดดีลก็ล่มลงไปก่อนเนื่องจากนักเตะได้รับบาดเจ็บรุนแรง ทว่าคาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้ประธานเสือใต้ก็ได้ออกมากล่าวเตือนกุนซือรายนี้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทที่จะพูดพาดพิงถึงนักเตะที่ยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดอื่น และต่อมาโควัชก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ตรงๆว่าโธมัส มุลเลอร์ต้องรับสภาพการตัวสำรองเท่านั้น และจะไม่มีการการันตีว่าจะได้ลงเล่นใดๆทั้งนั้น ซึ่งหลังจากนั้นข่าวการย้ายทีมของมุลเลอร์กระพือขึ้นแบบไม่เว้นวัน ซึ่งบอร์ดบริหารของเสือใต้ก็ต้องคอยออกไล่ปฏิเสธกับนักข่าวอยู่เรื่อยๆเนื่องจากทีมแชมป์เมืองเบียร์ไม่คิดจะขายมุลเลอร์ออกไปจากทีม

ลิเวอร์พูล ฟอร์มแชมป์แม้ขัดตาแต่ต้องยอมรับคำยืนยันจากรอยคีน

ลิเวอร์พูล

   ในเวลานี้พรีเมียร์ลีกเดินทางผ่านการแข่งขันเกมที่10กันมาแล้ว ผลปรากฎว่าลิเวอร์พูลก็ยังคงนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอยู่ แม้ว่าฟอร์ในเกมล่าสุดพวกเค้าจะโดนสเปอร์สกดดันใส่อย่างน่าใจหายแต่สุดท้ายหงส์แดงก็ยังเอาชนะมาได้2-1 ทำให้ยังมีคะแนนำห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ถึง6คะแนน ซึ่งในสายตาของรอย คีนกัปตันทีมระดับตำนานของแมนยูฯแล้วเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจยอมรับได้ แต่ถึงกระนั้นอดีตนักเตะชาวไอริสก็ต้องยอมรับจากปากว่าลิเวอร์พูลในเวลานี้มีคุณสมบัติที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง

    “ ผมไม่เคยชินกับการชื่นชมลิเวอร์พูลมาตลอดหลายปี แต่พูดก็พูดเถอะฟอร์มการเล่นแบบนี้เราเถียงไม่ได้เลยว่า พวกเค้า(ลิเวอร์พูล)แสดงออกถึงออร่าผู้ชนะ แม้ว่าจะรูปเกมจะไม่เป็นใจแต่พวกเค้าก็เอาตัวรอดได้ นักเตะลิเวอร์พูลไม่เคยยอมแพ้วิ่งสู้ไม่มีหมด ทุกตำแหน่งของทีมช่วยกันได้ดีทั้งในเกมรับและรุก แม้ผมจะไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลแต่ก็ยังอดชื่นชมพวกเค้าไม่ได้ นี่คือทัศนคติของทีมแชมป์ ไม่มีใครยอมให้คุณประสบความสำเร็จได้ง่ายๆหรอก คุณต้องต่อสู้เพื่อไขว่คว้าชัยชนะ แม้ว่าสเปอร์สจะมีโอกาสที่ดีกว่า แต่จิตใจที่แข็งแกร่งของผู้เล่นลิเวอร์พูลกลับทำให้พวกเค้ากลับมาสู่เกมได้ ” รอย คีนชื่นชมทีมคู่ปรับตลอดกาล

คีนชี้ซิตื้ทำได้เพียงรอ ลิเวอร์พูล พลาดแม้มีโอกาสแต่ก็เหนื่อยเอาการ

    นอกจากนี้รอย คีนยังได้จั่วหัวแทนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอีกว่าต้องลุ้นหลายต่อหากอยากจะพลิกกับมาแซงเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก “ เป๊ปทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่ลิเวอร์พูลก็ยังไม่พลาด ผมบอกตรงว่าค่อนข้างยากมากสำหรับแมนซิตี้ แค่พยายามในส่วนของตัวเองแล้วยังไม่พอเค้าต้องลุ้นให้ลิเวอร์พูลพลาดด้วย ซึ่งเท่าที่เห็นแล้วเป๊ปต้องพึ่งปาฏิหารย์เลยละ ขนาดลิเวอร์พูลไม่มีอลิสซงมาตั้งแต่เปิดฤดูกาลพวกเค้ายังยอดเยี่ยมได้ขนาดนี้ แล้วตอนนี้อลิสซงกลับมาแล้วเกมรับของพวกเค้าจะเหนียวแน่นขึ้นไปอีก ยังไงผมก็ยังแอบหวังว่าซิตี้จะสู้ให้ถึงที่สุด(ไม่อยากให้ลิเวอร์พูลลอยลำคว้าแชมป์) ” คีนในวัย48ปีออกแรงหนุนให้แมนซิตี้สู้กับลิเวอร์พูลให้ถึงที่สุด โดยในซีซั่นนี้หงส์แดงกำลังมีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งอย่างมาก และยังไม่แพ้ใครเลยในพรีเมียร์ลีก สวนทางกับแมนซิตี้แชมป์เก่าที่แข้งหลักทะยอยกันล้มเจ็บจนฟอร์มหลุดไปบ้างจนต้องรับสภาพการเป็นรองจ่าฝูงในเวลานี้