Category Archives: ข่าวฟุตบอล

แชมเบอร์ ป้องปืนรักษาหัวใจให้แข็งพอก็ลุ้นกลับมาคืนฟอร์มได้

แชมเบอร์

   แม้ว่าผลงานของทีมปืนใหญ่จะออกทะเลมาหลายนัดแล้วก็ตาม ทว่าคัลลั่ม แชมเบอร์แนวรับจอมขยันก็ยังมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมจะยังกัดฟันสู้กันต่อ พร้อมยืนยันว่าความกลมเกลียวของผู้เล่นอาร์เซนอลยังคงเหนียวแน่น และพร้อมจะผลักดันกันและกันให้กลับมาเก็บชัยชนะให้ได้ในเร็ววัน

   คัลลั่ม แชมปเบอร์เพิ่งจะได้กลับมาเป็นตัวจริงกับอาร์เซนอลในซีซั่นนี้ โดยอูไน เอเมรี่มักให้ประจำการแบ๊คขวาในช่วงหลัง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่อาจพาทีมคืนฟอร์มเก่งได้หลังจากที่ผลงานในพรีเมียร์ลีก4เกมหลังสุดอาร์เซนอลไม่ชนะใครเลย “ เราไม่เถียงว่าทีมกำลังอยู่ท่ามกลางความกดดัน เมื่อเราไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการแบบต่อเนื่อง คำวิจารณ์ต่างๆจะถาโถมกลับมาหาเราเป็นปกติ แต่เรายังแข็งแกร่งบรรยากาศในห้องแต่งตัวยังราบรื่นดี เราแค่กดดันเรื่องผลการแข่งขันและในแง่ของอารมณ์แล้วพวกเรายังโอเคกันอยู่ นักเตะทุกคนยินดีที่จะช่วยเหลือกันเพื่อพาอาร์เซนอลกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ”

แชมเบอร์ กระตุ้นทีมต้องโฟกัสเเง่บวกยังเหลือเกมให้เล่นอีกหลายนัด

   “ เราต้องมองไปข้างหน้ายังมีเกมให้เล่นอีกเยอะ ทีมต้องโฟกัสในแง่บวกแล้วเราจะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ผมยืนยันว่านักเตะ(อาร์เซนอล)ทุกคนต่างพยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อสิ่งนั้น ” แชมเบอร์ที่ปีนี้ได้ลงเล่นไปแล้ว10เกมจากทุกรายการออกโรงกระตุ้นทีม

ลากาแซตต์ ร่วมกระตุ้นเพื่อนใช้เบรกทีมชาติฟื้นฟูความมั่นใจ

    ขณะที่อเล็กซองด์ ลากาแซตต์หัวหอกตัวเก่งก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้พักการแข่งขันเข้าสู่การแข่งขันเกมทีมชาติเนื่องจากอาร์เซนอลเองกำลังเมาหมัดเหลือเกิน “ หลังความพ่ายแพ้ต่อเลสเตอร์พวกเราผิดหวังกันพอสมควร เราโดนลงโทษเพราะขาดความเฉียคม ฉะนั้นการได้พักในช่วงสองสัปดาห์นี้จะเป็นการดีมากๆ มันจะทำให้พวกเราได้รีเฟรชตัวเองใหม่ ”

   “ อาร์เซนอลกำลังเจอบททดสอบสำคัญ เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนที่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ เราหวังว่าจะใช้ช่วงนี้ซ้อมกันให้หนักขึ้น(สำหรับนักเตะที่ไม่ติดทีมชาติ) เป้าหมายของเรามีเพียงท๊อปโฟว์ และความหวังยังคงมีอยู่ ”   

  “ พวกเรายังไม่ได้ผลการแข่งขันที่ดี แต่นักเตะทุกคนก็ยังสู้ไม่ถอย เรายังเชื่อว่าเราดีพอที่จะกลับไปเล่นถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก บางทีเราอาจต้องการจุดเปลี่ยนที่จะกลับมาสู่เส้นทาง แฟนบอลของเราจะได้กลับมาเฉลิมฉลองหลังเบรกทีมชาติอย่างแน่นอน ” ลากาแซตต์กล่าวอย่างมีหวัง

เคร้าช์ เตือนแชมเบอร์เลนฟอร์มดีแต่ไม่ควรออกสตาร์ทดวลซิตี้

เคร้าช์

      สุดสัปดาห์นี้บิ๊กแม็ตซ์คงหนีไม่พ้นเกมที่ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านรับมือกับแมนซิตี้ ซึ่งผลแพ้ชนะในเกมนี้จะมีส่วนต่อการชี้วัดว่าทีมใดกันแน่ที่คู่ควรจะครองถ้วยพรีเมียร์ลีก ท่ามกลางความสนใจของชาวเดอะค็อป ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตกองหน้าของหงส์แดงก็ได้ออกมาแนะนำให้เจอร์เกน คล็อปพยายามใช้งานนักเตะตัวหลักในเกมนี้โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นแม้ว่านักเตะอย่างอเล็ก อ็อกเลด-แชมเบอร์เลนจะฟอร์มดีมาจากเกมยูซีแอลเมื่อกลางสัปดาห์ก็ตาม

      ปีเตอร์ เคร้าช์ตั้งข้อสังเกตว่ากุนซือหงส์แดง เจอร์เกน คล็อปป์นั้นมีความชอบพอแชมเบอร์เลนเป็นอย่างมาก จนเป็นกังวลว่านายใหญ่ชาวเยอรมันจะอุตริใส่ชื่ออดีตมิดฟิลด์อาร์เซนอลให้ออกสตาร์ทในการรับมือแมนเชสเตอร์ซิตี้ในสุดสัปดาห์นี้ “ ลิเวอร์พูลกำลังมีเชฟเกมที่ดีต่อเนื่อง นั่นเพราะพวกเค้าใช้เตะหน้าเดิมๆเล่นกันอย่างต่อเนื่อง และทีมกำลังต้องดวลกับคู่แข่งอย่างซิตี้ ซึ่งมันสำคัญอย่างมาก ผมแอบหวังว่าคล็อปป์จะไม่สร้างเซอร์ไพรซ์ด้วยการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของแชมเบอร์เลนที่เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าก็ยังไม่ควรออกสตาร์ทในการดวลกับซิตี้ มันเป็นเกมที่เราไม่ควรปรับเปลี่ยนอะไรโดยไม่จำเป็น ”

แชมเบอร์เลนงานดีแต่อ่อนทีมเวิร์ก เคร้าช์ ติงไม่ดีพอเป็นตัวจริง

     แม้ว่ารุ่นพี่อย่างปีเตอร์ เคร้าช์จะไม่เห็นด้วยที่จะให้แชมเบอร์เลนลงเล่นเป็น11คนแรกในการรับมือกับทีมตราเรือใบ แต่ทว่าหัวหอกร่างโย่งก็ยังมองว่ากองกลางวัย26ปียังไม่เข้าขากับเพื่อนเท่าที่ควร “ เค้า(แชมเบอร์เลน)ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยในปีก่อน และมันก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ผมคิดว่านักเตะในทีมหลายคนยกระดับทั้งฝีเท้า,ทัศนคติ และความมั่นใจแบบพร้อมกันในปีก่อน มันทำให้นักเตะกลุ่มนี้เล่นกันอย่างรู้ใจ ซึ่งแชมเบอร์เลนดูยังประสานงานกับเพื่อนได้ไม่ไหลรื่นนัก แม้ว่าผลงานส่วนตัวของเค้าจะดีขึ้นเป็นลำดับก็ตาม ”

     “ สิ่งเหล่านี้อยู่ดีๆจะมีขึ้นมาเองไม่ได้หากเค้าไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่คล็อปป์ไม่ควรส่งเค้าลงเล่นในเกมสำคัญแบบนี้ เมื่อเชื่อว่าเค้าจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากขึ้นหลังจากนี้ เพราะแชมเบอร์เลนแสดงให้เห็นแล้วว่าเค้ามุ่งมั่นขนาดไหน เค้าน่าจะได้เล่นในซีซั่นนี้ไม่ต่ำกว่า30เกมอย่างแน่นอน ” ปีเตอร์ เคร้าช์ในวัย38ปีทำนายเส้นทางค้าแข้งให้แชมเบอร์เลน

โควัช ยังห้าวขอขี่หลังเสือต่อแม้เพิ่งแพ้แฟรงค์เฟิร์ตขาดลอย

โควัช

     ผลงานของบาเยิร์น มิวนิคในซีซั่นนี้ต้องบอกว่ากระท่อนกระแท่นอย่างมาก แม้ว่าจะยังอยู่อันดับ4ในตารางบุนเดสลีก้า และมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างกลัดบัคเพียง4คะแนนเท่านั้น(ยังมีลุ้นแชมป์เนื่องจากแต้มไม่ห่างมากนัก)แต่เจาะลึกลงไปในรายละเอียดแล้วสถิติต่างๆรวมไปถึงฟอร์มากเล่นกลับน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ให้ไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ตมา1-5ก็นำพาให้เก้าอี้ผู้จัดการทีมของนิโก้ โควัชร้อนขึ้นมาทันที

     “ มันเป็นสกอร์ที่เลวร้ายมากๆ แต่เป็นนักสู้อยู่แล้ว เมื่อมองไปที่อันดับในตารางแล้วผมยังไม่แพ้แน่ๆ ปีก่อนเรา(บาเยิร์น มิวนิค)ตามเยอะกว่านี้อีกเราปีนี้ผมก็ยังคงมีโฟกัสแบบเดิม แน่นอนว่าการแพ้สกอร์ขาดลอยมันอาจทำให้ผมรู้สึกโมโหเอามากๆ แต่มันผ่านไปแล้วหน้าที่ของผมคือทำให้ทีมกลับมาชนะให้ได้ ” นิโก้ โควัชยืนยันเสียงแข่งที่พาเสือใต้กลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ให้จงได้

     เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะโดนปลดเทรนเนอร์ชาวโครแอตก็ยักไหล่ตอบแบบไม่แยแส “ คุณถามผิดคนแล้วละ เพราะผมไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้ แต่ตราบเท่าที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงผมก็จะมุ่งมั่นกับงานของผมต่อไป ”

บาเยิร์นเล็งปลดจริงเนื่องด้วย โควัช ออกนอกลู่นอกทางหลายกรณี

    สื่อในเยอรมันระบุว่ากำลังการปรึกษาภายในเกี่ยวกับการแยกทางกับกุนซือนิโก้ โควัชเนื่องจากบอร์ดบริหารไม่ปลื้มที่โควัชออกมายกย่องแฟนบอลแฟรงเฟิร์ตว่ามีสปริริตยอดเยี่ยมเหนือแฟนบอลเสือใต้และถัดมาทีมก็แพ้ยับเยินต่อแฟรงค์ เฟิร์ตชนิดทันตา อันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าผู้จัดการทีมรายนี้มักชอบให้สัมภาษณ์อย่างไม่เหมาะสม และก่อนหน้านี้ก็เคยมีปัญหาที่โควัชก่อนขึ้นมาจากฝีปากของตนเองหลายครั้ง จนทำให้เสือใต้รู้สึกเต็มกลืนกับท่าทีอันเกินจะคาดเดาของกุนซือวัย48ปีรายนี้

    เมื่อช่วงต้นฤดูกาลโควัชได้ออกมาเปิดเผยว่าสโมสรใกล้จะได้ตัวเรลอย ซาเน่มาจากแมนซิตี้ แม้ว่าในที่สุดดีลก็ล่มลงไปก่อนเนื่องจากนักเตะได้รับบาดเจ็บรุนแรง ทว่าคาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้ประธานเสือใต้ก็ได้ออกมากล่าวเตือนกุนซือรายนี้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทที่จะพูดพาดพิงถึงนักเตะที่ยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดอื่น และต่อมาโควัชก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ตรงๆว่าโธมัส มุลเลอร์ต้องรับสภาพการตัวสำรองเท่านั้น และจะไม่มีการการันตีว่าจะได้ลงเล่นใดๆทั้งนั้น ซึ่งหลังจากนั้นข่าวการย้ายทีมของมุลเลอร์กระพือขึ้นแบบไม่เว้นวัน ซึ่งบอร์ดบริหารของเสือใต้ก็ต้องคอยออกไล่ปฏิเสธกับนักข่าวอยู่เรื่อยๆเนื่องจากทีมแชมป์เมืองเบียร์ไม่คิดจะขายมุลเลอร์ออกไปจากทีม

ลิเวอร์พูล ฟอร์มแชมป์แม้ขัดตาแต่ต้องยอมรับคำยืนยันจากรอยคีน

ลิเวอร์พูล

   ในเวลานี้พรีเมียร์ลีกเดินทางผ่านการแข่งขันเกมที่10กันมาแล้ว ผลปรากฎว่าลิเวอร์พูลก็ยังคงนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอยู่ แม้ว่าฟอร์ในเกมล่าสุดพวกเค้าจะโดนสเปอร์สกดดันใส่อย่างน่าใจหายแต่สุดท้ายหงส์แดงก็ยังเอาชนะมาได้2-1 ทำให้ยังมีคะแนนำห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่ถึง6คะแนน ซึ่งในสายตาของรอย คีนกัปตันทีมระดับตำนานของแมนยูฯแล้วเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจยอมรับได้ แต่ถึงกระนั้นอดีตนักเตะชาวไอริสก็ต้องยอมรับจากปากว่าลิเวอร์พูลในเวลานี้มีคุณสมบัติที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง

    “ ผมไม่เคยชินกับการชื่นชมลิเวอร์พูลมาตลอดหลายปี แต่พูดก็พูดเถอะฟอร์มการเล่นแบบนี้เราเถียงไม่ได้เลยว่า พวกเค้า(ลิเวอร์พูล)แสดงออกถึงออร่าผู้ชนะ แม้ว่าจะรูปเกมจะไม่เป็นใจแต่พวกเค้าก็เอาตัวรอดได้ นักเตะลิเวอร์พูลไม่เคยยอมแพ้วิ่งสู้ไม่มีหมด ทุกตำแหน่งของทีมช่วยกันได้ดีทั้งในเกมรับและรุก แม้ผมจะไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลแต่ก็ยังอดชื่นชมพวกเค้าไม่ได้ นี่คือทัศนคติของทีมแชมป์ ไม่มีใครยอมให้คุณประสบความสำเร็จได้ง่ายๆหรอก คุณต้องต่อสู้เพื่อไขว่คว้าชัยชนะ แม้ว่าสเปอร์สจะมีโอกาสที่ดีกว่า แต่จิตใจที่แข็งแกร่งของผู้เล่นลิเวอร์พูลกลับทำให้พวกเค้ากลับมาสู่เกมได้ ” รอย คีนชื่นชมทีมคู่ปรับตลอดกาล

คีนชี้ซิตื้ทำได้เพียงรอ ลิเวอร์พูล พลาดแม้มีโอกาสแต่ก็เหนื่อยเอาการ

    นอกจากนี้รอย คีนยังได้จั่วหัวแทนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอีกว่าต้องลุ้นหลายต่อหากอยากจะพลิกกับมาแซงเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก “ เป๊ปทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่ลิเวอร์พูลก็ยังไม่พลาด ผมบอกตรงว่าค่อนข้างยากมากสำหรับแมนซิตี้ แค่พยายามในส่วนของตัวเองแล้วยังไม่พอเค้าต้องลุ้นให้ลิเวอร์พูลพลาดด้วย ซึ่งเท่าที่เห็นแล้วเป๊ปต้องพึ่งปาฏิหารย์เลยละ ขนาดลิเวอร์พูลไม่มีอลิสซงมาตั้งแต่เปิดฤดูกาลพวกเค้ายังยอดเยี่ยมได้ขนาดนี้ แล้วตอนนี้อลิสซงกลับมาแล้วเกมรับของพวกเค้าจะเหนียวแน่นขึ้นไปอีก ยังไงผมก็ยังแอบหวังว่าซิตี้จะสู้ให้ถึงที่สุด(ไม่อยากให้ลิเวอร์พูลลอยลำคว้าแชมป์) ” คีนในวัย48ปีออกแรงหนุนให้แมนซิตี้สู้กับลิเวอร์พูลให้ถึงที่สุด โดยในซีซั่นนี้หงส์แดงกำลังมีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งอย่างมาก และยังไม่แพ้ใครเลยในพรีเมียร์ลีก สวนทางกับแมนซิตี้แชมป์เก่าที่แข้งหลักทะยอยกันล้มเจ็บจนฟอร์มหลุดไปบ้างจนต้องรับสภาพการเป็นรองจ่าฝูงในเวลานี้

มูนิเยร์ แจงปัดร่วมก๊วนกับเอฟเวอร์ตันเพราะชวดเตะถ้วยยุโรป

มูนิเยร์

    ฤดูกาลนี้เอฟเวอร์ตันจัดว่าเป็นทีมที่มีการเสริมทัพแบบจัดเต็มเป็นอย่างมากเมื่อพวกเค้าได้นักเตะใหม่ถึง7รายด้วยกัน ไล่เรียงตั้งแต่ โยนาส ลอสเซิล,อังเดร โกเมส,อเล็ก อิโวบี้,ณิบริล ซิดิเบ,ฌอง ฟิลิปป์ บาแม็ง,ฟาเบียน เดลฟ์ และ มอยเซ่ คีน กระนั้นโธมัส มูนิเยร์ฟูลแบ็คสารพัดประโยชน์ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงยังได้ออกมาบอกเล่าเพิ่มเติมอีกว่าเจ้าเป็นอีกหนึ่งแข้งที่ได้รับการทาบทามจากทีมท๊อฟฟี่สีน้ำเงินแต่ทว่าสุดท้ายดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมได้เป็นฝ่ายปฏิเสธไป

     เนื่องจากโธมัส มูนิเยร์กำลังจะหมดสัญญากับเปเอสเชในช่วงจบฤดูกาล2020 ทำให้มีหลายสโมสรในยุโรปต่างหมายตาที่จะดึงตัวไปร่วมทีมด้วย และเอฟเวอร์ตันก็ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาให้ทีมแชมป์ลีกเอิง(เปเอสเช)ได้พิจารณาเช่นกัน “ ช่วงซัมเมอร์มีข้อเสนอเข้ามาให้เลือกอยู่บ้างที่ใกล้เคียงที่สุดคือเอฟเวอร์ตันพวกเค้าบอกถึงความตั้งใจของพวกเค้าในปีนี้ ซึ่งผมก็รู้สึกอินไปกับพวกเค้านะ แต่มันมาติดตรงที่พวกเค้าไม่ได้โควตาไปเตะถ้วยยุโรปนี่ละ ผมจึงได้บอกปัดไป ” โธมัส มูนิเยร์บอกถึงสาเหตุที่ไม่ได้มาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก

มูนิเยร์ ตั้งเป้าช่วยปารีสคว้าแชมป์ก่อนแม้สัญญาฉบับใหม่ยังไม่ลุล่วง

    แม้ว่าโธมัส มูนิเยร์จะแสดงท่าที่ว่าพร้อมต่อสัญญากับปารีส แซงต์ แชร์กแมงออกไปก็ตามทว่าดูเหมือนการเจรจาก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร “ ผมแฮปปี้ดีทั้งในแง่ฟุตบอลและชีวิตส่วนตัว ผมชอบเมืองปารีสดังนั้นผมอยากอยู่กับทีมต่อไป มีการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่แล้วมันคืบหน้าไปมากแต่ตราบที่ผมยังไม่ได้จรดปากกาในสัญญาเราก็ไม่อาจพูดถึงมันได้ ฉะนั้นผมไม่อยากสนใจเรื่องนี้มากนัก ตอนนี้ผมโฟกัสแค่การนำปารีส แซงต์ แชร์กแมงประสบความสำเร็จ ซึ่งเรากำลังไปได้ดีทั้งในลีก และยูซีแอล ”

    นอกจากนี้นักข่าวยังได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่ดาวเตะวัย28ปีจะเลือกย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวในช่วงสิ้นสุดฤดูกาล เจ้าตัวก็ได้บอกปัดไปพร้อมกับยืนยันว่ายังจะให้ความสำคัญกับการขยายสัญญาในถิ่นปาร์ค เดอ แปรงซ์เป็นอันดับแรก “ ถ้าพูดในแง่ฟุตบอลมันเป็นไปได้หมดแหล่ะ แต่ผมยังไม่ใกล้เคียงที่จะตกลงกับทีมไหนเลย และถ้าเปเอสเชยื่นสัญญาฉบับใหม่มาให้ผมก็พร้อมจะเซ็นมันแบบไม่ต้องอ่านเลย ผมหวังว่ามันจะลุล่วงก่อนปีใหม่  ” โธมัส มูนิเยร์แสดงเจตนารมณ์

ฟอร์สเบิร์ก ไม่โชว์พาวยันไลป์ซิกไม่เล็งแชมป์ขอสนุกเกมต่อเกม

ฟอร์สเบิร์ก

   ไม่น่าเชื่อว่าทีมที่เพิ่งจะเปลี่ยนกุนซืออย่างแอร์เบ ไลป์ซิกจะทำผลงานในซีซั่นได้อย่างน่าสนใจ เมื่อพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงมึนเช่นกลัดบัคเพียงสองคะแนน จนสื่อเมืองเบียร์บางสำนักได้เริ่มทำนายแล้วว่าไลป์ซิกมีโอกาสจะคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าเลยทีเดียว กระนั้นเอมิล ฟอร์สเบิร์กแนวรุกตัวเก่งกลับบอกเล่าว่าเหล่านักเตะของไลป์ซิกกลับไม่รู้สึกดดันอะไรแต่โฟกัสเพียงลงเล่นให้สนุกกับเกมฟุตบอลเท่านั้น

   “ จูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ก้าวเข้ามาพร้อมแนวทางของตัวเอง โชคดีที่ทีมเดิมของเรามีความใกล้เคียงกันอยู่แล้ว นั่นทำให้เราปรับจูนทีมกันได้อย่างรวดเร็ว เหนือสิ่งอื่นใดเป้าหมายของเราคือสนุกกับเกมการเล่น สิ่งจุดประกายให้นักเตะไลป์ซิกรู้สึกผ่อนคลาย บางคนถามว่าเราจะได้แชมป์ไหม? แน่นอนผมอยากไปถึงจุดนั้นแต่มันเป็นเรื่องของอนาคต มันเป็นสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องรีบรับปากเพื่อกดดันตัวเอง แต่ถ้าเราได้ผลการแข่งขันที่ดีในทุกๆเกมถึงเวลานั้นเราต้องได้ฉลองกันอย่างแน่นอน ” ฟอสร์สเบิร์กเจ้าของเสื้อหมายเลข10ของไลป์ซิกให้สัมภาษณ์อย่างผ่อนคลาย

แวร์เนอร์คือคนสำคัญที่จะไลป์ซิกจะขาดไม่ได้ ฟอร์สเบิร์ก ยืนยัน

    เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ติโม แวร์เนอร์ยอมปลงใจขยายสัญญากับทีมออกไป ฟอร์สเบิร์ก ก็ออกรับทันทีว่านับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อบรรยากาศภายในทีมไลป์ซิก “ เราเล่นด้วยกันมานานการต่อสัญญาของติโมร์(แวร์เนอร์)เป็นเรื่องยอดเยี่ยม เค้ายกระดับฝีเท้าขึ้นมากนับตั้งแต่มาเล่นกับเรา ไลป์ซิกเหมาะสมกับเค้าที่สุดแล้ว ทีมเรากำลังพัฒนาไปข้างหน้า เราทำผลงานได้ดีในแชมเปี้ยนส์ลีก การที่ติโมร์มั่นใจที่จะฝากอนาคตไว้กับสโมสรมันส่งผลโดยตรงกับผู้เล่นคนอื่นๆ มันทำให้พวกเค้าได้รู้ว่าคุณสามารถประสบความสำเร็จได้ที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องย้ายไปที่อื่น ”

    อย่างไรก็ตามดาวเตะชาวสวีเดนก็เอ่ยปากชื่นชมว่าหลายสโมสรในบุนเดสลีก้ายกระดับการเล่นมากขึ้นซึ่งทำให้พวกเค้าจะประมาทไม่ได้ “ ช่องว่างระหว่างทีมใหญ่ในเยอรมันมันลดลงแล้ว คุณดูบาเยิร์นกับดอร์ทมุนด์ซิพวกเค้าทำแต้มหล่นหายตั้งแต่ต้นฤดูกาลเลย มันยิ่งทำให้ไลป์ซิกรู้สึกท้าท้าย มันไม่ง่ายที่จะชนะทุกนัดแต่เราก็พร้อมทำมันอย่างเต็มที่ เราหวังที่จะมีเกมที่ดีในทุกรายการ และนักเตะไลป์ซิกทุกคนพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อนำพาทีมไปสู่จุดที่สูงขึ้น ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเราจะจบฤดูกาลในแบบไหน? ” เอมิล ฟอร์สเบิร์กกล่าวอย่างมีหวัง

แฟนผี ลุมโหวตแข้งที่ไม่ควรอยู่ต่อ ฟิลโจนส์&มาติชโดนยี้หนักมาก!

แฟนผี

    ด้วยฟอร์มในสนามของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน จนแฟนบอลเองแทบจะมองไม่เห็นเลยว่านักเตะคนไหนที่จะฝากผีฝากไข้ได้ และสื่อในประเทศอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์อิฟวินิ่งนิวส์ก็ได้เก็บรวบรวบคะแนนโหวตจากแฟนบอลของปีศาจแดงเพื่อวัดผลว่านักเตะคนไหนบ้างที่สอบไม่ผ่านเลยในสายตาพลพรรคเรดอาร์มี่

    และเมื่อดูคะแนนโหวตแล้วก็เป็นที่น่าใจหายเมื่อปรากฎว่าแข้งมาประสบการณ์ทั้งหลายของแมนยูฯนั้นไม่เป็นที่ประทับใจของเหล่าแฟนบอล เพราะปรากฎว่าฟิล โจนส์กองหลังจอมเฟอะฟะ และเนมานย่า มาติชนำลิ่วเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลต้องการให้อยู่กับทีมต่อไปน้อยที่สุดด้วยอัตราเท่ากันที่ 11.8% ตามมาด้วยแอชลี่ย์ ยังที่ 18.5 % และเฟร็ด 19.3% ในขณะที่ผู้เล่นคนโปรอดที่แฟนบอลหวงแหนอยากให้อยู่กับทีมไปแบบยาวๆล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นดาวรุ่งอายุน้อยแทบทั้งสิ้นเมื่อดาเนียล เจมส์นำโด่งที่ 97.9% ตามมาด้วยอารอน วาน-บิสซาก้าที 97.8% และเมสัน กรีนวู๊ดที่ 97.7% ซึ่งเมื่อผลประชาวิจารณ์ออกมาในลักษณะก็ย่อมเป็นการยืนยันว่าแข้งสตาร์ของแมนยูฯนั้นไม่สามารถทำผลงานได้เข้าตาแฟนบอลได้เลย โดยปอล ป๊อกบาสตาร์ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศสมีคะแนนโหวตไม่ติดใน10อันดับแรกของผู้เล่นที่แฟนบอลอยากโหวตให้อยู่ต่อ และได้รับคะแนนโหวตที่ 64%

โซลชาพลอยมีหวังอยู่คุมทีมต่อหลังกระแส แฟนผี หนุนแข้งดาวรุ่ง

     หลังจากเห็นโพลล์ดังกล่าวแล้วก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อการทำงานของโอเล่ กุนน่า โซลชา เนื่องจากกุนซือชาวนอร์เวย์เน้นแนวทางในการสนับสนุนผู้เล่นเยาวชนมาโดยตลอด ทั้งที่พวกเค้าปล่อยตัวผู้เล่นมากดีกรีอย่างโรเมลู ลูกากู,อเล็กซิส ซานเชส,มัตเตโอ ดาเมี่ยน,อันโตนิโอ วาเลนเซีย,อันเดร เอร์เรร่า และคริส สมอลลิ่งแต่โซลชาก็ไม่ได้ซื้อหาผู้เล่นที่มีประสบการณ์เข้ามามากนักแต่หันมาดันดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งแม้ว่าผลการแข่งขันของปีศาจแดงจะยังไม่เข้าที่เข้าทางแต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่โดนใจแฟนบอล เพราะนับตั้งแต่การวางมือไปของเซอร์อเล็ก เฟอกูสัน กุนซือลำดับถัดมาต่างก็ไม่ค่อยให้โอกาสผู้เล่นเยาวชนขึ้นมารับใช้ทีมชุดใหญ่มากนัก ซึ่งแตกต่างกับโซลชาที่หันกลับมาให้โอกาสแข้งเยาวชนอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เซอร์ อเล็ก เฟอกูสันให้ความสำคัญมาโดยตลอด

เวนเกอร์ ชี้เปเป้ไม่ควรถูกผลักดันลงสนามทั้งที่ยังไม่พร้อม

เวนเกอร์

     นิโกล่า เปเป้ปีกตัวความหวังของอาร์เซนอลเพิ่งจะทำแอสซิสต์ที่สามนับตั้งแต่ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาล(67.5ล้านปอนด์)จนหลายคนมองว่าดาวเตะวัย24ปีเลยกำลังปรับตัวเข้ากับลีกผู้ดีได้ดีขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นอาร์แซน เวนเกอร์อดีตกุนซือระดับตำนานของไอ้ปืนใหญ่ก็ยังออกมาแสดงความเห็นว่าเปเป้นั้นยังทำผลงานได้ไม่เข้าตาเท่าใดนัก และยังต้องผ่านบททดสอบอีกมากกว่าจะได้รับการยอมรับจากแฟนบอลกันเนอร์

     “ เปเป้ได้รับความไว้วางใจให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมาพักใหญ่ แต่เค้าดูยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก เค้าโดดเด่นในการพาบอลไปข้างหน้า คุณจะหยุดเค้าได้ยากมากๆ แต่นั่นอาจยังไม่พอสำหรับเกมการเล่นของพรีเมียร์ลีก เค้าต้องแสดงออกถึงความเป็นนักสู้ให้มากกว่านี้ ผมว่าเค้ายังขาดเรื่องการเคลื่อนที่ในยามที่ไม่มีบอล ผมคิดว่าผู้จัดการทีมผลักดันเค้าเร็วเกินไป เปเป้ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ” เวนเกอร์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานเปเป้

อาร์เซนอลตาแหลมที่ดึงเปเป้มาร่วมทัพ เวนเกอร์ สนับสนุน

    แม้ว่ากูรูลูกหนังแดนผู้ดีหลายรายจะเชื่อว่าอาร์เซนอลโดนลีลล์ย้อมแมว หลังจากที่เห็นผลงานนิโกล่า เปเป้กับอาร์เซนอล ทว่าเวนเกอร์กลับเห็นต่าง “ เปเป้ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาล บางคนบอกว่าเค้ายังไม่ใช่ของจริงซึ่งผมว่ามันออกจะด่วนสรุปไปหน่อย เค้าเป็นผู้เล่นพรสวรรค์สูงผลงานกับลีลล์มันผ่านการยอมรับมาแล้ว เค้าเพียงต้องการเวลาสำหรับปรับตัวอีกหน่อย คุณต้องไม่ลืมว่าพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่ง แล้วเค้าก็เพิ่งย้ายมาได้ไม่กี่เดือนเอง อีกไม่นานเค้าจะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของอาร์เซนอลอย่างไม่ต้องสงสัย ”

   เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสยังได้เสริมอีกว่าลีลล์กับอาร์เซนอลใช้แท็กติกที่แตกต่างกันซึ่งมีผลต่อฟอร์มการเล่นของเปเป้โดยตรง “ ที่ฝรั่งเศสเปเป้ได้รับอิสระในการเล่นอย่างมาก ซึ่งมันแตกต่างกับบทบาทในทีมอาร์เซนอลอย่างสิ้นเชิง มันเป็นสิ่งใหม่สำหรับเค้า ผมเห็นด้วยกับอูไนที่ว่าเปเป้จำต้องนำสิ่งดีๆมาสู่ทีมให้ได้ในเร็ววัน เพราะเวลานี้ในทีมมีดาวรุ่งที่เล่นริมเส้นดีๆหลายคน เปเป้ต้องเล่นในมาตรฐานระดับสูงหากเค้าอยากรักษาตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ ” โดยในเวลานี้เปเป้ได้รับโอกาสลงสนามกับทีมปืนใหญ่ไปแล้ว 10เกม(นับรวมทุกรายการ)ยิงได้1ประตูและทำทางอีก3แอสซิสต์ พร้อมกับเป็นแข้งหลักที่นำพาทีมขึ้นรั้งอันดับ3ในตารางพรีเมียร์ลีกอยู่ในขณะนี้

นาเกลส์มันน์ เผยนำไลป์ซิกบินสูงเพราะเลียนแบบเป๊ปกวาร์ดิโอล่า

นาเกลส์มันน์

   ศึกบุนเดสลีก้าซีซั่นนี้ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีโอกาสลุ้นแชมป์กันหลายทีมเหลือเกิน โดยหนึ่งในนั้นคือแอร์เบ ไลป์ซิกที่มีกุนซือวัยหนุ่มอย่างจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์เป็นผู้จัดการทีม ที่ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเข้ามาคุมทีมเพียงปีแรกอดีต เทรนเนอร์ฮอฟเฟ่นไฮม์ก็มือขึ้นเหลือเกินเมื่อไลป์ซิกมีฟอร์มการเล่นก็ถือว่าจัดจ้านเหลือเกิน จนให้หลังโปรแกรมบุนเดสลีก้าผ่านไปหกเกมทีมของเค้ารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงและทีมคะแนนตามหลังแชมป์เก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเพียงแต้มเดียว

   “ ในสมัยเริ่มงานทำทีมผมศึกษารูปแบบการเล่นของเป๊ป กวาร์โอล่า เค้าเป็นยิ่งกว่าครู เค้าเป็นไอดอลของผมเลยละ ในการเล่นฟุตบอลหลายทีมไม่สามารถเล่นให้ได้เปรียบขณะที่มีบอล นั่นละคือจุดแข็งของแนวทางของเป๊ป มันสมบูรณ์แบบทั้งการเคลื่อนเวลาที่ทีมไม่มีบอล แต่ยิ่งอันตรายเมื่อทีมของเป็นฝ่ายครองบอล เค้าจะฉีกเกมรับของคุณเป็นชิ้นๆ ซึ่งผมยังห่างชั้นที่จะเทียบชั้นกับเค้า(เป๊ป) ” เทรนเนอร์วัย32ปีกล่าวยกย่องเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอย่างออกนอกหน้า

ไลป์ซิกต้องปรับอีกมาก นาเกลส์มันน์ ไม่ฝันสูงขอเล่นดีนัดต่อนัด

   แม้กูรูลูกหนังเยอรมันจะยอย่องว่าไลป์ซิกเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว ทว่านาเกลส์มันน์กลับปฏิเสธแล้วบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะเรียกทีมของเค้าว่าเต็งแชมป์ “ ไลป์ซิกเป็นทีมที่ดีแต่เรายังไม่ใช่ทีมระดับเดียวกับบาเยิร์นหรือดอร์ทมุนด์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่โครงสร้างและฐานะการเงิน เรายังมีหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข แน่นอนถ้าเราสามารถรักษาผลงานได้ต่อเนื่องอีกซัก7-8ปีไลป์ซิกถึงจะไปสู่จุดนั้น จุดที่กล้าท้าใครต่อใครว่าเราพร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า ”

   “ เราต้องรู้ว่าเราเป็นใครและอยู่จุดไหน เราจะไม่หลอกตัวเอง แต่สิ่งที่ผมบอกกับลูกทีมเสมอคือตราบเท่าที่ยังมีเวลาในสนามทุกๆอย่างย่อมเป็นไปได้ และถ้าเรามีเกมที่ดีไปเรื่อยๆคะแนนในตารางจะเป็นตัวยืนยันกับใครๆเองว่าคุณเป็นทีมระดับไหน ผมเองก็รู้สึกท้าทายเหมือนกันว่าไลป์ซิกจะจบตำแหน่งไหนในตารางบุนเดสลีก้า มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเหลือเกินสำหรับพวกเราทุกคน(ตัวเองและผู้เกี่ยวข้องในทีมไลป์ซิก) ” เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่จะออกไปรับงานคุมทีมอื่นๆในยุโรปจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ก็ได้บอกปัดในทันที “ มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ แต่ที่ผมบอกได้ตอนนี้คือผมยังแฮปปี้กับการทำงานในเยอรมัน บุนเดสลีก้ายังมีความท้าทายอีกหลายอย่างที่ผมอยากเอาชนะ ”

บาเยิร์น โชเก๋าไม่ปล่อยตัวทีมชาติให้อินทรีหลังดราม่านายประตู

บาเยิร์น

    ก่อนหน้านี้ไม่นานแทร์ อันเดร ชเตเก้นออกมาประกาศสงครามกับมานูเอล นอยเออร์ถึงความเหมาะสมที่จะได้เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติเยอรมัน จนทำให้กลายเป็นประเด็นดราม่ากันไปมาอย่างเผ็ดร้อน ล่าสุดต้นสังกัดของบาเยิร์น มิวนิคที่มีแข้งทีมชาติเยอรมันหลายคน อาทิ โยชัว คิมมิช,นิคลาส ชูเล่ย์,ลีออน กอเร็ตซ์ก้า,แซร์จ นาบรี้ และมานูเอลนอยเออร์ได้ออกโรงมาปกป้องกัปตันทีมของพวกเค้า(นอยเออร์)ด้วยการยืนยันว่าหากหลังจากนี้ทีมชาติเยอรมันยอมให้แทร์ อันเดร ชเตเก้นขึ้นมาเป็นมือหนึ่งแทน พวกเค้าจะไม่ปล่อยผู้เล่นให้กับทีมชาติเยอรมันแม้แต่คนเดียว    

    ประธานสโมสรบาเยิร์น มิวนิคอูลี่ เฮเนสได้ออกมาประกาศสนับสนุน มานูเอล นอยเออร์อย่างเต็มตัว “ เราเป็นหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่านอยเออร์ยังคงเป็นผู้รักษาประตูเบอร์หนึ่งของเยอรมันอย่างไม่ต้องสงสัย เค้ามีประสบการณ์มากมาย ซึ่งเราเห็นสิ่งที่เค้าทำได้ในสนามซ้อมทุกวัน แต่หากวันนี้ทีมชาติเยอรมันยอมยกตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งให้กับแทร์ อันเดร ชเตเก้นจริง บาเยิร์น มิวนิคก็ขอไม่ส่งนักเตะรายอื่นๆเข้าร่วมทีมชาติเช่นกัน เราไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ ถ้าทีมชาติปฏิบัติกับนักเตะของเราอย่างไม่เป็นมืออาชีพ เราก็ไม่มีความจำเป็นส่งตัวนักเตะของเราให้ทีมชาติเช่นกัน ”

นอยเออร์โกล บาเยิร์น น่าครองมือหนึ่งอินทรีเหล็กต่อแต่อาจเลิกหลังยูโร2020

    แทร์ อันเดร ชเตเก้นแม้จะไม่พอใจกับโอกาสรับใช้ชาติแต่ทว่าก็คงทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อโยอาคิม เลิฟก็ดูจะวางใจในตัวมานูเอล นอยเออร์ต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ก่อนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกก่อนเวิลด์คัพ2018 นอยเออร์ก็มีอาการบาดเจ็บและไม่ค่อยได้ลงเล่น ทว่าเมื่อเข้าสู่โปรแกรมฟุตบอลโลกจริง มานูเอล นอยเออร์ก็ยังคงกลับมายึดมือหนึ่งได้เหมือนเดิม โดยเป็นที่คาดการณ์กันว่ามานูเอล นอยเออร์จะรับใช้ทีมชาติเยอรมันไปกระทั่งจบยูโร2020 และประกาศเลิกเล่นทีมชาติเยอรมันหลังทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

   สำหรับดราม่าในตำแหน่งผู้รักษาประตูของทีมชาติเยอรมันนั้นต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้ ในสมัยที่โอลิเวอร์ คานยังเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งนั้นเยนส์ เลห์มันน์นายทวารมือสองก็เคยออกมากล่าวโจมตีเพื่อนร่วมทีมเพื่อหวังโอกาสลงเล่นเช่นกัน ทว่าในเวลานั้นกุนซือทีมชาติอย่างเจอร์เกน คลินส์มันน์ก็ไม่เล่นด้วย แล้วก็ต้องรอให้คานประกาศรีไทน์ทีมชาติไปเองเลห์มันน์ถึงจะได้รับโอกาส ทำให้ในเคสของแทร์ อันเดร ชเตเก้นก็คงไม่ต่างกันคือต้องรอให้ มานูเอล นอยเออร์เลิกรับใช้ชาติไปก่อนเท่านั้นจึงจะสมหวัง